“รองผู้ว่าฯเชียงใหม่” เผยเชียงใหม่ พร้อมสู้สงครามหมอกควัน เชื่อสามารถควบคุมได้ แม้ปีนี้จะมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน แต่มีมาตรการและการเตรียมพร้อมอย่างเข้มแข็งทุกด้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันใกล้เข้าสู่ช่วงฤดูการเผาป่า หาของป่าและกำจัดวัชพืชของภาคเหนือแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดสถานการณ์หมอกควันไฟป่า อันสร้างความเสียหายทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ แลสุขภาพของประชาชน และนักท่องเที่ยวของภาคเหนือ ซึ่งขณะนี้ทางภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่เริ่มสัมผัสได้แล้วว่าเริ่มมีหมอกควันบางๆในช่วงเช้า ขณะที่ตามข้อมูลของป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ คาดการณ์ว่าเนื่องจากปีนี้มีสภาวะอากาศที่หนาวเย็น ความกดอากาศต่ำ ซึ่งจะกดหมอกควันที่เข้ามาในพื้นที่ไม่ให้กระจายไปไหน ดังนั้นอาจจะมีสถานการณ์หมอกควันที่รุนแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา
นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในปีนี้ อาจเทียบได้กับสถานการณ์ในช่วงปี 2555-2556 ซึ่งมีภาวะหมอกควันหนาแน่น สร้างผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งจะต้องรอดูสถานการณ์ ความเปลี่ยนแปลงทิศทางลม และความกดอากาศ ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ก่อนสรุปผลสถานการณ์ในช่วงเดือนมีนาคมอีกครั้ง ทั้งนี้ ทางจังหวัดและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการบูรณาการ กำหนดแผนและดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า อย่างต่อเนื่องมาแล้ว 3 ปี เน้นย้ำในด้านการสร้างความเข้าใจ จิตสำนึกคนในชุมชน สร้างการมีส่วนร่วม และสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ป่า ทั้งยังดำเนินการแนวทางป้องกัน ทั้งเรื่องของการเตรียมพร้อม สร้างแนวกันไฟ และมาตรการชิงเผา ซึ่งดำเนินการมาแล้วตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา
โดยปีนี้ ได้มีการดำเนินการมาตรการชิงเผา อย่างมีระบบ ไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อมและไม่เกิดหมอกควันสะสมในฤดู รวมไปถึงได้รับความร่วมมือจาก กรมพลังงาน สวทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำจัดเชื้อเพลิงในธรรมชาติ และป้องกันการสะสมเชื้อเพลิงเพื่อเผาสร้างหมอกควันสะสม ในช่วงฤดูที่มีความกดอากาศต่ำ แต่ก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง ซึ่งจะต้องอาศัยการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือจากคนในชุมชน ซึ่งจากการสร้างความมีส่วนร่วมการประชาสัมพันธ์ถึงปัญหาและผลกระทบจำนวนมาก ที่เกิดจากหมอกควัน ก็ได้รับความร่วมมือจากชุมชนและคนในพื้นที่ป่า จำนวนมาก
ขณะที่ปีนี้พบว่า มีจุดฮอตสปอต ในพื้นที่ ทั้งที่เกิดตามธรรมชาติ คนเผา และเกิดจากมาตรการชิงเผา ก่อนฤดูหมอกควัน มากกว่าปี 2560 ที่ผ่านมา ถึง ร้อยละ 50 ถึงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะเชื้อเพลิงเหลือน้อย รวมทั้งยังคงมีความชุ่มชื้นในพื้นที่เชียงใหม่ ดังนั้นปัจจัยการเกิดสถานการณ์ไฟป่าสร้างหมอกควันในพื้นที่ ปีนี้อาจจะน้อย แต่ยังไม่สามารถวางใจปัจจัยภายนอก ทั้งหมอกควันที่ลอยมาจากจังหวัดใกล้เคียง รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ที่คาดว่าจะมีปริมาณมากในปีนี้
สำหรับหน่วยเฉพาะกิจบูรณาการดับไฟป่า ในปีนี้ก็ได้มีการเตรียมพร้อมจัดชุดเฉพาะกิจในทุกอำเภอ โดยเฉพาะจุดเสี่ยง และจุดที่เกิดไฟป่าประจำ ซึ่งก็มีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาในพื้นที่ มีการซักซ้อมแผน และมีการสำรวจกำหนดจุดในการเข้าถึงพื้นที่ ต่างๆ เพื่อให้เมื่อเกิดสถานการณ์จริงก็จะสามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนั้นในปีนี้ยังมีจิตอาสาพ่อหลวงร.9 ที่มาเป็นแนวร่วมจิตอาสาเพิ่มเติมในปีนี้ ดังนั้นจึงเชื่อว่ามีความพร้อมเต็มที่ และน่ากังวลคือ พื้นที่ที่ยังไม่มีการเกิดไฟป่า มีเชื้อเพลิงสะสมหลายปี และอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงและหุบเหวลึก ที่คนเดินเข้าถึงยากลำบาก และอยู่ห่างไกล ซึ่งเมื่อเกิดไฟป่าอาจดับไฟได้ยากลำบาก และบางครั้งการนำอากาศยานมาช่วยโปรยสารเคมี ละอองน้ำ ก็ไม่สามารถโปรยได้อย่างตรงจุด ซึ่งยังมีอีกหลายจุดในพื้นที่เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่น่ากังวล แต่คาดว่าหากเกิดขึ้นจริงก็จะสามารถควบคุมและตีวงให้อยู่ในพื้นที่จำกัดได้
หลังจากนี้จะได้มีการ คิกออฟ รณรงค์ ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ โดยมีงบประมาณในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันรวมกว่า 142 ล้านบาท ในการจัดซื้อเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์การดับไฟป่า อาหารน้ำดื่มให้กับชุดดับไฟ อย่างทั่วถึง มีขวัญกำลังใจ ทั้งยังมีเครื่องมือที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้ประกาศห้วงระยะห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่ ตั้งแต่ 1 มีนาคม-20เมษายน 2561เป็นระยะเวลา 51 วัน ซึ่งหากยังพบเห็นผู้ที่เผา หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผา ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด





