วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

แท็กซี่ซิ่งขึ้นสะพานต่างระดับฉิมพลี เสยท้ายสิบล้อ

แท็กซี่ซิ่งขึ้นสะพานต่างระดับฉิมพลี เสยท้ายสิบล้อ เจ็บ 1 สาหัส 1

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 29 พ.ย.60 ขณะที่ ส.ต.ต.สมสุข ดำวอ ผบ.หมู่ (จร.) สน.ตลิ่งชัน ได้รับแจ้งเหตุรถชนกันทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในรถ เหตุเกิดบนสะพานต่างระดับฉิมพลี ถนนกาญจนาภิเษกมุ่งหน้าบางใหญ่ แขวงฉิมพลี เขตทวีวัฒนา จึงประสานรถอุปกรณ์ตัดถ่างกู้ชีวิต และรีบเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่กลางสะพานต่างระดับฉิมพลี มีลักษณะเป็นถนน 3 เลน จากการตรวจสอบบริเวณช่องทางเดินรถด้านซ้ายสุด พบรถสิบล้อบรรทุกกากถั่ว ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 80-0740 นครนายก สภาพกระบะหลังด้านขวายุบและยางหลังด้านขวาแตก จำนวน 2 เส้น ส่วนรถคู่กรณีซึ่งพุ่งชนท้ายกระเด็นหมุนขวางถนนไปจอดนิ่งสนิทอยู่ที่ช่องทางเดินรถด้านขวาสุด เป็นรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ของสหกรณ์แท็กซี่อาสาสมัครจำกัด หมายเลขทะเบียน ทส-4679 กรุงเทพมหานคร สภาพตัวถังด้านหน้าพังยับเยิน คอนโซลรถกดทับผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายใน 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันนำอุปกรณ์ตัดถ่างให้การช่วยเหลือ ทราบชื่อโชเฟอร์คือ นายสมชาย สุนิรมิตร์ อายุ 60 ปี มีอาการบาดเจ็บที่หน้าท้องและซี่โครง และนายเนติพงษ์ เจริญสุข อายุ 17 ปี ผู้โดยสาร มีอาการกระดูกต้นคอ และหลังได้รับการกระทบกระเทือนหมดสติ เบื้องต้นจึงรีบนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายส่ง รพ.ธนบุรี 2 ให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน

จากการสอบสวน นายอนัน อบอวน อายุ 48 ปี พนักงานขับรถสิบล้อ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุรับจ้างขับรถสิบล้อคันดังกล่าวไปบรรทุกกากถั่วเต็มคันจากโรงงานย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ กำลังขับรถมุ่งหน้านำไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.ปราจีนบุรี โดยระหว่างที่ขับมาถึงจุดเกิดเหตุ ถนนโล่งแต่ตนก็ใช้ความเร็วปกติ และได้ขับขึ้นไปบนสะพานมาตามช่องทางเดินรถด้านซ้ายสุด และขณะที่รถขึ้นมาถึงกลางสะพาน จู่ๆ ได้ยินเสียงเหมือนท้ายรถถูกชนอย่างแรง เมื่อมองกระจกข้างก็พบว่าแท็กซี่คู่กรณีหมุนคว้างจากท้ายรถตนไปจอดนิ่งอยู่ในช่องทางเดินรถฝั่งขวา จากนั้นตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเหตุให้ตำรวจมาตรวจสอบ

ด้าน ส.ต.ต.สมสุข กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อหาดำเนินการกับฝ่ายใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดใบอนุญาตขับขี่ของ นายสมชาย โชเฟอร์แท็กซี่ กับ นายอนัน พนักงานขับรถสิบล้อ เอาไว้ เพื่อมอบให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้ว จากนั้นคงต้องรอให้ฝ่ายคนเจ็บรักษาตัวจนอาการดีขึ้นก่อน แล้วจะเรียกมาสอบปากคำ เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป