"ครูจอมทรัพย์" ยังเก็บตัวเงียบที่บ้าน ส่วนสามี ยังไปทำงานปกติ แต่ไม่ขอพบหรือให้ข้อมูลใดๆ
คืบหน้ากรณีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี หรือ ครูอ๋อย อดีตครูโรงเรียนม่วงไข่ประชาราษฏร์สงเคราะห์ อดีตผู้ต้องขังเรือนจำ คดีขับรถชนคนตายเมื่อปี 2548 ร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม ให้รื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ตาม พ.ร.บ.คดีอาญา การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 โดยมีหลักฐานยืนยันว่า ไม่ได้กระทำผิด ต่อมาศาลจังหวัดนครพนม อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมือวันที่ 17 พ.ย.60 ที่ผ่านมา ศาลได้ยกคำร้อง ยืนตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น และศาลฎีกาเดิม หมายถึง ครูจอมทรัพย์ ไม่ได้เป็นแพะ ตามคำร้อง ซึ่งมีเนื้อหาสาระสำคัญ คือ พยานหลักฐานที่นำมาเบิกความต่อศาล ในการรื้อฟื้นคดี ไม่น่าเชื่อถือ แต่ไม่ต้องกลับไปรับโทษในคดีนี้อีก เพราะพ้นโทษมาแล้ว
ล่าสุดวันนี้ 22 พ.ย.60 นายสับ วาปี ได้เดินทางมอบมอบตัวและให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม โดยกล่าวว่า ตนเองถูก นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง รับปากจะให้เงินจำนวน 4 00,000 บาท เพื่อให้รับสารภาพกับพนักงานสอบสวน สภ.นาโดน ว่า รถของตนชนคนตาย ไม่ใช่รถครูจอมทรัพย์ แต่ท้ายที่สุดความจริงแล้วตนไม่ได้ชน จึงมารับสารภาพเป็นผู้บริสุทธิ์
ส่วนบรรยากาศที่บ้านของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ที่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 5 ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร พบว่า ประตูบ้านด้านหน้ายังคงปิดเงียบ มีเพียงรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ จอดอยู่ในโรงรถ ทราบจากเพื่อนบ้านว่า ยังมีคนอาศัยอยู่ในบ้านตามปกติ แต่ไม่เปิดประตูหน้าบ้าน ส่วนนายนิรันดร์ นามเมืองโคตร สามีครูจอมทรัพย์ ก็ยังอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวเช่นกัน จะออกมาในช่วงที่เดินทางไปและกลับจากทำงาน แต่ช่วงเช้ายังไปดูแลคอกวัว และรดน้ำต้นไม้ที่แปลงเกษตรหลังบ้านเช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม หลังมีข่าว นายสับ วาปี เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดทำงานชุดคลี่คลายคดีครูจอมทรัพย์ และติดตามดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการสร้างพยานเท็จ รับจ้างทำผิดแทนคดีครูจอมทรัพย์ ที่ตำรวจ ภูธรจังหวัดนครพนม ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปที่นางจอมทรัพย์ เพื่อสอบถามข้อมูล ซึ่งนางจอมทรัพย์ ปฏิเสธไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ก่อนที่จะปิดโทรศัพท์มือถือ และไม่สามารถติดต่อได้




