ผู้ว่าฯและผู้การรุดตรวจสอบ หลัง "หนุ่มเพี้ยน" ปั่นจักรยานขว้างขวดใส่น้ำมัน ถล่มโรงพักเมืองสมุทรปราการ สุดท้ายไม่รอดถูกจับตัวได้ทันควัน
เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 ขณะที่ ร.ต.อ.วิโรจน์ มูลมานัส รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ กำลังปฏิบัติหน้าที่บนโรงพัก ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าด้านหน้าโรงพัก สภ.เมืองสมุทรปราการ ทั้งนี้ เมื่อสิ้นเสียงระเบิดจึงได้รีบออกมาตรวจสอบ พบว่ามีแสงเพลิงกำลังลุกไหม้ขึ้นที่บริเวณหน้าโรงพักใกล้กับประตูทางเข้า ซึ่งมีถังใส่ขยะและกระเป๋าเสื้อผ้าของประชาชนเร่ล่อน ที่มานอนพักอาศัยอยู่ที่หน้าโรงพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฎิบัติหน้าอยู่ในโรงพัก จึงได้ช่วยกันนำถังเคมีดับเพลิงมาช่วยกันฉีดพ่นเพื่อดับเปลวไฟ ใช้เวลาในการฉีดสกัดเพลิงอยู่ประมาณ 5 นาทีเพลิงจึงสงบ
หลังเพลิงสงบพบประตูกระจกทางเข้าโรงพักได้รับความเสียหายกระจกแตกเสียหาย และมีเศษขวดแตกกระจายเกลื่อนพื้นและมีกลิ่นน้ำมันเบนซินเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ขณะเจ้าหน้าที่กำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่กับการตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุ นายรชานนท์ คงชัยยะ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนและพวกรวม 3 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ที่หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงพัก ได้ช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ และนำตัวชายผู้ก่อเหตุมาส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งชายผู้ก่อเหตุมีท่าทางคล้ายคนวิกลจริต ทราบชื่อต่อมาชื่อ นายสุทธินันท์ ฟุ้งสายชล อายุ 39 ปี พร้อมรถจักรยานสองล้อปั่นสีชมพู ที่ใช้ปั่นขณะก่อเหตุ
ขณะเดียวกัน นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบก. พ.ต.อ.ต่อพงษ์ ตันตระวาณิชย์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับรายงานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และร่วมสอบปากคำผู้ต้องหา โดยไม่อนุญาตสื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ โดยใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง
ทั้งนี้ หลังการสอบสวน นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการสอบถามกับมารดาของผู้ก่อเหตุ ได้ทราบว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน นายสุทธินันท์ ผู้ก่อเหตุเคยประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ จนทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรง หลังรักษาจนหายก็ได้ไปสมัครงาน แต่ก็ไม่มีที่ไหนก็รับเข้าทำงาน
อีกทั้งเมื่อ 3 ปีก่อนหน้านี้ ผู้ก่อเหตุชอบนั่งพูดอยู่คนเดียวอยู่เสมอ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะไปทำร้ายใคร และก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้เอะอะโวยวายว่า ได้ยินเสียงแว่วในหูมีคนมาสั่งให้เอาก้อนหินไปปาหน้าโรงพัก หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ปั่นจักรยานออกจากบ้านพัก ซึ่งอยู่ภายในซอยยูริ ห่างจากโรงพักประมาณ 1 กม. และไปซื้อน้ำมันเบนซินจากปั๊มปากซอยใส่ขวดแก้วมาจำนวน 3 ขวด แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร โดยเมื่อสอบถามบุตรชายก็ไม่ยอมพูด จนกระทั่งทราบว่าลูกชายตนไปก่อเหตุดังกล่าว
ด้านนายรชานนท์ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน ได้เล่าว่า ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราช ฯ ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงพักที่ ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้นจึงได้หันไปดู ได้พบชายคนดังกล่าวกำลังใช้ไฟแช็ค จุดไฟเศษผ้าที่อีกปลายหนึ่งยัดอยู่ในขวดแก้ว ซึ่งมีน้ำมันอยู่ภายในก่อนขว้างขวดดังกล่าวเข้าไปที่หน้าโรงพัก และเกิดระเบิดขึ้นอีก 2 ครั้ง ตนและเพื่อนอาสาสมัครรักษาดินแดน จึงรีบวิ่งข้ามมาถนนมาควบคุมตัวชายคนดังกล่าวเอาไว้ได้ ขณะกำลังยืนเก็บของใส่เป้สะพายหลัง และเตรียมปั่นจักรยานหลบหนี โดยในมือยังถือไฟแช็คอยู่ 1 อัน ก่อนคุมตัวมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายรชานนท์ เอาไว้ก่อนประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ให้นำตัวนายรชานนท์ ไปตรวจสภาพจิตและอาการทางสมองที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจสอบสภาพจิตและประเมินว่า ขณะก่อเหตุอยู่ในสภาพปกติหรือไม่อย่างไร
---
ขอบคุณภาพ : nui story




