วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สองแม่ลูกร้องคดีข่มขืนไม่คืบ แถมถูกข่มขู่คุกคาม

ร้องสื่อฯช่วย! สองแม่ลูกทุกข์ใจ คดีข่มขืนไม่คืบหน้า แถมถูกข่มขู่คุกคาม

วันที่ 1 พฤศจิกายน นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี แม่พร้อมด้วยนางสาวบี (นามสมมุติ) บุตรสาว อายุ 18 ปี ภูมิลำเนาจ.ตรัง ได้เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว เพื่อขอความช่วยเหลือในคดี ที่บุตรสาวคือ นางสาว บี (นามสมมุติ) ถูกคนในหมู่บ้านข่มขืนกระทำชำเราขณะออกไปแทงกุ้ง (หากุ้ง) ในเวลากลางคืน แต่คดีผ่านมาแล้วกว่า 9 เดือน คนร้ายที่ก่อเหตุก็ยังไม่ถูกดำเนินคดี และยังถูกข่มขู่คุกคาม

โดยนางสาวบี เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 19 มกราคม 2560 หรือประมาณ 9 เดือนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ระหว่างที่ตนเองกับญาติพี่น้อง ซึ่งเป็นผู้หญิงล้วน ได้เดินเท้าออกจากบ้านไปแทงกุ้ง ด้วยฉมวก ในทะเลขณะที่น้ำทะเลลง บริเวณคลองโต๊ะขุน หมู่ 7 ต.เกาะลิบง โดยแต่ละคนต่างก็เดินแยกย้ายกระจายกันไปส่องจับกุ้ง โดยไม่ได้ไปด้วยกัน จู่ๆก็ได้มีนาย ป. (นามสมมติ) อายุประมาณ 30 ปี เดินมาหา พร้อมกับกล่าวว่า อยู่นี่เอง ตามหาอยู่ตั้งนาน จากนั้นนาย ป. พยายามจะชักชวนน้องบีกลับบ้าน แต่น้องบีไม่ยอมกลับ นาย ป.จึงใช้กำลังฉุดกระชากลากถูน้องบีไปที่บริเวณชายหาดอ่าวทุ่งจีน ห่างจากจุดพบน้องบีประมาณ 500 เมตร แล้วทำร้ายร่างกายน้องบีด้วยการชกต่อยบริเวณหน้าท้อง จนน้องบีสลบเหมือดไป และได้ข่มขืนกระทำชำเรา

จนกระทั่งน้องบีฟื้นขึ้นมา ในเวลาประมาณ 22.00 น. ก็พบว่าตัวเองไม่มีเสื้อผ้าติดตัวแล้ว ซึ่งนายป.ก็ยังอยู่บริเวณนั้น จึงได้ข่มขู่น้องบี ไม่ให้นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกใคร หากบอกใครจะฆ่าให้ตาย จากนั้นน้องบีก็พยายามพาตัวเองกลับบ้าน แต่ไม่กล้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อกับแม่และพี่น้องฟัง เพราะกลัวจะถูกนายป.ทำร้าย และกลัวพ่อแม่ตี จึงเก็บเรื่องดังกล่าวไว้กับตัว และเสียขวัญ เกิดความเครียด และมักจะกรีดร้องในเวลากลางคืน จนหลายคนคิดว่าน้องบีป่วยทางประสาท

นางเอ (แม่ของน้องบี) กล่าวว่า ทางครอบครัวมาทราบเรื่อง หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว 2 วัน โดยคนก่อเหตุ นายป. (นามสมมติ) ได้ไปพูดบอกเล่ากับเพื่อนๆในกลุ่มว่า ได้น้องบีแล้ว ทำให้เรื่องถึงหู พ่อ แม่ ๆ จึงพยายามสอบถามความจริง ซึ่งแรกๆ น้องก็ไม่กล้าเล่า กลัวจะถูกพ่อตี แต่สุดท้ายก็ยอมบอกความจริง ซึ่งในคืนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุตนและทุกคนในบ้านก็ความผิดปกติในตัวน้องบีแล้ว เพราะน้องบีมีอาการหวาดกลัว และส่งเสียงเพ้อ กรีดร้อง ในเวลากลางคืน และบ่นปวดท้อง และไม่กล้าบอกความจริง จนกระทั่งมาทราบเรื่อง ก็พยายามปรึกษาผู้ใหญ่ว่าจะทำอย่างไรดี ทางครอบครัวจะพาน้องบีไปแจ้งความ ก็ถูกครอบครัวของนายป.ขอร้องไว้ว่าอย่าไปแจ้งความ จะรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ด้วยการจะให้นายป.แต่งงานกับน้องบีและจะยกที่ดินให้ 5 ไร่ เพื่อเป็นสินสอด โดยที่น้องบีก็ไม่ยินยอมพร้อมใจแต่อย่างใด แต่ก็ถูกผู้ใหญ่ขอร้องแกมบังคับ

หลังจากนั้นก็ทราบว่า ทางญาติพี่น้องของนายป.ไม่ยินยอมด้วย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา ตนได้พาน้องบีเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายป. ต่อมาก็ต้องพาน้องบีเข้ารักษาอาการบอบช้ำทางจิตใจ ที่โรงพยาบาลตรัง โดยแพทย์ให้นอนโรงพยาบาล และเยียวยาสภาพจิตใจประมาณ 2 อาทิตย์ ก็ออกจากโรงพยาบาล แต่สภาพจิตใจน้องก็ยังย่ำแย่ ทุกคนก็พยายามให้กำลังใจ ดูแลไม่ห่างสายตา ซึ่งขณะนี้เวลาผ่านมาหลายเดือนแล้ว ตนเอง และครอบครัวยังเห็นว่าคนก่อเหตุยังอยู่ในพื้นที่ ยังไม่ถูกดำเนินคดี เกรงคดีจะเงียบหาย และยังถูกข่มขู่คุกคาม จึงร้องเรียนกับสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรม กลัวคดีจะเงียบหาย ซึ่งหากทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีความคืบหน้าในด้านคดี ก็จะเดินทางเข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา เพื่อขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ต่อไป