ผู้การฯศรีสะเกษ ลั่นค้านประกัน "ร.อ.ศุภชัย" ญาติผอ.อ้อยจี้กองทัพ หลังคู่กรณีแต่งทหารเต็มยศ พร้อมรุมสาปแช่งขณะขึ้นรถ
วันที่ 30 ตุลาคม 2560 ที่สำนักงานสืบสวนสอบสวนจังหวัดศรีสะเกษ พลตำรวจตรี สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ต้อนรับ พลตำรวจตรี สุคุณ พรหมมายน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางมาร่วมรับฟังการสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มกับ ร้อยเอกศุภชัย ภาโส ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวบสอบสวนภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ภูธรกันทรลักษ์ พร้อมด้วยญาติ ฯ ได้ออกติดตามค้นหาร่างของนางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อนหรือ ผอ.อ้อย ผอ.กองการศึกษาหรือวัฒนธรรม อบต.ชำ อำเภอกันทลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มาตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือนครึ่ง
จนในที่สุดเมื่อวันที่ 23 กค 60 ได้พบชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่เชื่อว่าเป็นของ ผอ.อ้อย บริเวณป่าข้างถนนตรงข้ามลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ตรงเนิน 500 ฐานอนุพงษ์ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่พบมีกะโหลกศรีษะ 1 ชิ้น, กระดูกขากรรไกรล่าง 1 ชิ้น, กระดูกต้นคอ 4 ชิ้น, กระดูกลำตัว 1 ชิ้น, กระดูกสะบัก 2 ชิ้น , กระดูกไหปลาร้า 2 ชิ้น , กระดูกซี่โครง 1 ชั้น, เส้นผม, เข็มขัดด้ายถักสีกากี (แบบข้าราชการพลเรือน 1 เส้น), นาฬิกาสายยางแบบเข็ม สีดำ ยี่ห้อคาสีโอ1 เรือน ซึ่งวัตถุพยานข้างต้นได้ส่งไปนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจตรวจพิสูจน์ ผลปรากฏว่าตรงกับดีเอ็นเอของนายบุญเลิศ นางแหลม อุ่นอ่อน ผู้เป็นบิดามารดา
ในวันนี้จึงได้เรียกตัว ร้อยเอกศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คือ ข้อ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ข้อ 2.หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรค 2 และ ข้อหาที่ 3. ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ ตามประมวลผลกฎหมายอาญา มาตรา 199 ซึ่งตั้งแต่เช้าวันนี้เวลา 08.30 น. ผู้กองเหน่งได้เดินทางมาพร้อมกับ นายทหารพระธรรมนูญที่ทำหน้าที่ควบคุมทหารที่กระทำผิดอยู่ระหว่างการประกันตัว โดยแอบขึ้นด้านหลังของสำนักงานสืบสวนภูธรจังหวัดฯ เพื่อหลบกล้องของกองทัพสื่อมวลชน เดินทางขึ้นไปบนสำนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหาบนชั้น 2 พร้อมเรียกเจ้าหน้าที่ เวร บันทึกประจำวัน ขึ้นไปจัดทำบันทึกประจำบนห้องสอบสวนดังกล่าว
จนถึงเวลา 14.00 น. จึงได้เดินทางกลับลงมาขึ้นรถตู้ทหารเพื่อที่จะเดินทางต่อไปยังศาลจังหวัดกันทรลักษ์เข้าสู่ขบวนการดำเนินคดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดทำบันทึกคัดค้านขอประกันตัวของผู้ต้องหา โดยให้เหตุผลว่า ผู้ต้องหาอาจจะประกันตัวออกมาทำลายหลักฐานและหลบหนี เนื่องจากคดีดังกล่าวมีโทษขั้นรุนแรงถึงประหารชีวิต
พลตำรวจตรี สุรเดช เด่นธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม จากเดิม คือ ข้อ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ข้อ 2.หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรค 2 และ ข้อหาที่ 3. ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ ตามประมวลผลกฎหมายอาญา มาตรา 199 พร้อมได้ยื่นคัดค้านประกันตัวของผู้กองเหน่งต่อศาล ซึ่งจากข้อมูลหลักฐานของนิติเวช ยืนยันได้เพียงว่า ชิ้นส่วนต่างๆ ที่พบ เป็นตัวตันของ ผอ.อ้อยจริง
ส่วนการเชื่อมโยงไปเป็นผู้กองเหน่ง เป็นผู้กระทำการลงมือฆ่า ยังต้องอาศัยหลักฐานในส่วนต่าง ๆ มาประกอบ เพื่อให้ดิ้นไม่หลุด ถึงอย่างไรก็ดี ในเรื่องความเกี่ยวโยงของหลักฐานทั้งหมด ได้บ่งชี้ไปยังบุคคลคนเดียวซึ่งก็คือ ร้อยเอกศุภชัย ภาโส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจในหลักฐานที่จะเอาผิดนายทหารผู้นี้ได้ ขอเวลาอีกสักระยะหนึ่ง
ด้านนางหมายปอง อุ่นอ่อน พี่สาวของ ผอ.อ้อย พร้อมด้วยบรรดาญาติจากหมู่บ้านซำเม็ง ที่เดินทางมารอดูหน้าผู้กองเหน่ง ขณะมารับทราบข้อกล่าหาเพิ่มพบว่า ผู้กองเหน่ง ยังแต่งชุดนายทหารเต็มยศในการเดินทางรายงานตัว รับทราบข้อกล่าวหาเพิ่ม นั่นหมายความว่า กองทัพ ยังไม่มีคำสั่งพักราชการ หรือให้ออกจากราชการหรือไม่ ซึ่งพี่สาวกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ตนเชื่อมั่นในตำรวจที่จะทำการสืบสวนสอบสวนเอาผิดแก่นายทหาร จากพยานหลักฐานทั้งหมดที่พบเจอ รวมทั้งพยานบุคคล ที่ดำเนินการสอบสวนมาโดยตลอด ก็หวังว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ตายและญาติผู้ตาย ลงโทษประหารชีวิตแก่ผู้กระทำให้ตายตกไปตามกัน จึงสาสมกับความที่เขาทำกับประชาชน ในนามของนายทหารของกองทัพ





