สุดระทึกนาทีชีวิตเสี้ยวนาทีตาย หลังหนุ่มใหญ่กระโดดจากเรือลงกลางเจ้าพระยาช่วยสุนัข
เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (10 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมในเขต ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง โดยไปตรวจสอบยังบริเวณสะพานข้ามคลองโผงเผง และระหว่างที่เดินตรวจสอบสถานการณ์น้ำอยู่นั้น ก็ต้องตกใจเมื่อบริเวณกลางแม่น้ำพบชายวัยกลางคนกำลังถูกกระแสน้ำพัดอยู่กลางแม่น้ำซึ่งน้ำในแม่น้ำมีปริมาณมาก และไหลเชี่ยว โดยชายคนดังกล่าวพยายามที่จะว่ายพยุงตัวเองลักษณะเหมือนว่ายตามหาอะไรสักอย่าง เพียงไม่นานก็ต้องตกใจหนักกว่าเมื่อเห็นมีสุนัขสีขาวพยายามว่ายเข้าไปหา แต่การควบคุมตัวของทั้งคนและสุนัขเป็นไปได้ยากเนื่องจากน้ำไหลแรง ทั้งคนและสุนัขใช้เวลาอยู่พักถึงจะว่าเข้ามาเจอกันได้
ทันทีที่เจ้าสุนัขไหลตามน้ำมาเจอผู้ชายก็เหมือนมันจะดีใจสุดขีดพยายามรีบไหว้ไปหา โดยเมื่อเจอกันชายคนดังกล่าวก็ได้ว่ายนำสุนัขไปยังริมตลิ่ง ก่อนที่จะพยายามว่ายทวนน้ำกันมา โดยมีหญิงวัยกลางคนพายเรือหน้าตื่นเข้ามาหา และเมื่อถึงก็รีบคว้าตัวสุนัขดังกล่าวขึ้นเรือทันที ทราบชื่อชายคนดังกล่าว คือนายไชยา แสงเดียว อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/6 หมู่ที่ 8 ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี
จากการสอบถามนายไชยา กล่าวว่า สุนัขตัวนี้ชื่อว่าเจ้ามูมู่ เป็นสุนัขเพศผู้ อายุ 3 ปี ซึ่งครอบครัวตนเลี้ยงเอาไว้ โดยตนและครอบครัวมีอาชีพได้ขับเรือลากเรือทราย ซึ่งทุกครั้งที่ออกเรือเจ้ามูมู่จะตามมาอยู่ด้วยทุกครั้ง ซึ่งเจ้ามูมู่ ปกติแล้วก็เป็นสุนัขที่ว่ายน้ำเป็นอยู่แล้วและมักจะว่ายน้ำเล่นอยู่บ่อย ๆ แต่ในวันนี้ ระหว่างที่ตนและครอบครัวทำงานอยู่บนเรือ ได้ยินเสียงดังตูม ก่อนจะเห็นเจ้ามูมู่ลอยอยู่ในน้ำ พักเดียวกระแสน้ำที่ไหลแรงก็พัดตัวของเจ้ามูมู่ลอยออกไป ประกอบกับน้ำในแม่น้ำมีปริมาณมากด้วย จึงทำให้เจ้ามูมู่ที่ว่ายน้ำเป็นนี่แทบจะดำผุดดำว่ายเลยทีเดียว ตนเห็นดังนั้น ก็ไม่คิดอะไรแล้วลืมตายทันที รีบกระโดดลงไปในแม่นน้ำเจ้าพระยาที่ไหลแรงเพื่อจะช่วยเจ้ามูมู่สุนัขที่ตนรักมาก ซึ่งเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว
นายไชยา กล่าวอีกว่า เนื่องด้วยน้ำที่ไหลแรงมาก ได้พัดพาตัวของตนลอยเลยเจ้ามูมู่ไป ตนก็พยายามว่ายทวนน้ำไปช่วยเจ้ามูมู่แต่ก็ลำบากมาก แต่เหมือนกับใจเราและใจมันถึงกันที่จะพยายามว่ายเข้าหากัน ทั้งตนและเจ้ามูมู่ต่างพยายามบังคับตัวเองให้ลอยมาหากัน จนกระทั่งเจ้ามูมู่ลอยมาใกล้ตนและตนสามารถพาเจ้ามูมู่ลอยเข้ามาใกล้ตลิ่งได้ ซึ่งระหว่างนั้นเอง ภรรยาของตนก็ได้นำเรือเล็กออกจากเรือลากทราย พายตามมาช่วย ซึ่งพอเข้ามาถึงก็ได้ช่วยเจ้ามูมู่ขื้นเรือ และตนก็ขึ้นตามและพากันพายกับมาที่เรือใหญ่ เมื่อไปถึงก็รีบอุ้มเจ้ามูมู่ส่งให้กับแม่ของตนบนเรือไปทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายไชยา และเจ้ามูมู่ลอยอยู่กลางแม่น้ำนั้น ดูน่าตื่นเต้นและหวาดเสียวมาก เนื่องจากน้ำในแม่น้ำมีมาก และไหลแรง ประกอบกับทั้งคู่ดูเหมือนว่าเหนื่อยแล้ว ซึ่งหากว่าทั้งคู่ลอยอยู่ในน้ำนานกว่านี้อาจเกิดเรื่องร้ายขึ้นได้ และจากการสังเกตดูนายไชยานั้นดูเป็นห่วงเจ้ามูมู่มาก และเจ้ามูมู่เองเมื่อเห็นนายไชยาว่ายน้ำลอยมา ก็ดูกระเสือกกระสนดีใจที่นายของตัวเองมาช่วย ตัวนายไชยาเองก็ช่วยเจ้ามูมู่แบบไม่นึกถึงชีวิตตัวเองเหมือนกัน ซึ่งชาวบ้านที่พบเห็นต่างเป็นห่วงนายไชยามาก กลัวว่าจะเกิดหมดแรงหรือตะคริวกิน ก่อนที่จะช่วยเจ้ามูมู่ ส่วนเจ้ามูมู่นั้นหลังขึ้นเรือได้ ก็ทำหน้าตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวตะโกนเรียกยังเงยหน้ามามองแบบงง ๆ





