ไฟไหม้ร้านขายของชำ เจ้าของร้านวัย 41 ถูกไฟคลอกทั้งตัว จนท.รีบนำส่งรพ. สาเหตุคาดลืมปิดวาล์วแก๊ส
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2560 ร.ต.อ.เสถียร ชูศรีวาสน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บ้านเลขที่ 149/1 หมู่9 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี สมุทรปราการ มีผู้ถูกไฟคลอก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลจุฬารัตน์3และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมรถดับเพลิงจำนวน 2 คัน เดินทางตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวที่เปิดเป็นร้านขายของชำ ที่หน้าโดยเพลิงได้ลูกไหม้ภายในบ้านซึ่งเป็นที่เก็บขวดน้ำมันใส่น้ำมันเบนซินแบ่งขาย และถังแก๊ง ก่อนลุกลามออกมาทางด้านหน้าบ้านซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมงเพลิงจึงสงบ ภายในบ้านได้พบร่างของนาย เขมชาติ กัณหา อายุ 41 ปี อดีตทหารพานชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน ถูกไฟคลอกทั้งตัว นอนหมดสติอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่มูลนิธิและอาสาได้ให้การช่วยเหลือนำร่างของนายเขมชาติ ออกมา ก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี
จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็น รปภ.ได้เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังเข้าเวรในลานจอดรถด้านข้างของบ้านหลังดังกล่าวตนได้ยินเสียงคล้ายกับถังลมรั่ว และมีกลิ่นเหม็นของไฟไหม้จึงออกมาดูก็พบว่ามีกลุ่มควัน และแสงเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งประตูยังปิดอยู่จึงรีบวิทยุแจ้งหัวหน้า รปภ.ให้แจ้งเจ้าหน้าที่มาให้การช่วยเหลือ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจาก อบต.บางปลา ระบุว่าหลังจากเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุพบว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นช่วงมุมบ้านด้านในซึ่งมีถังแก๊สหุงต้ม และขวดน้ำมัน กระล่อนน้ำมันเบนซินแบ่งขาย วางอยู่จำนวนมากจึงรีบใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม และใช้เวลาประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงเพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบพบว่ามีถังแก๊สขนาด 15 กก. ที่อยู่ใกล้กับต้นเพลิงนั้นได้เปิดวาล์วทิ้งไว้ และภายในยังมีแก๊สเหลืออยู่จำนวนมาก จึงรีบนำออกมาด้านนอกเพื่อความปลอดภัย ขณะที่จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบเจ้าของบ้านถูกไฟคอกนอนคว่ำน่าหมดสติอยู่จึงรีบแจ้งกู้ชีพเข้าให้ความช่วยเหลือดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่าในระหว่างที่ นายเขมชาติ เจ้าของบ้านเข้านอนอาจจะลืมปิดวาล์วแก๊ส ทำให้แก๊สเกิดการรั่วไหลออกมาที่ละน้อย ในระหว่างที่นายเขมชาติตื่นนอนขึ้นมาเพื่อที่จะเปิดร้าน จึงได้เปิดสวิดไฟทำให้เกิดประกายไฟจึงทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามได้ประสานงานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้โดยละเอียดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เข้าที่เกิดเหตุอีกครั้ง





