จนท.ชุดถอดทำลายอมภัณฑ์ ทัพเรือภาค 3 ตรวจสอบวัตถุคล้ายตอร์ปิโดโผล่หาดในยาง ไม่พบในสารบบของสรรพาวุธและไม่มีใช้ในกองทัพไทย คาดถูกทิ้งไว้ก่อนสงความโลกครั้งที่ 2
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2560 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ (หาดในยาง) ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านซึ่งมาเดินเล่นบริเวณชายหาดในยาง ว่า พบวัตถุต้องสงสัยมีลักษณะเป็นแท่งเหล็กขนาดใหญ่จมทรายอยู่ในน้ำห่างจากชายฝั่งลงไปในทะเลประมาณ 30 เมตร เห็นได้ชัดเจนในช่วงน้ำลด จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและประสานไปยังเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ลงตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวมีลักษณะเป็นแท่งเหล็กหัวมนกลมและส่วนปลายเรียวลักษณะคล้ายตอร์ปิโด มีสนิมและตัวเพรียงเกาะโดยรอบ ความยาวประมาณ 3 -5 เมตร กว้างประมาณ 60 เซนติเมตร จึงได้ทำการติดตั้งทุ่นแสดงตำบลที่ และกั้นพื้นที่โดยรอบ เพื่อรอผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ความชัดเจน
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ ( 4 ต.ค.60 ) เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญชุดถอดทำลายอมภัณฑ์ ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 ภายใต้อำนวยการของ พล.ร.ต.เจริญพล คุ้มราศรี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งประจำการฐานทัพเรือพังงา นำโดย ร.ท.ธนกฤต แจ่มจิตร หัวหน้าชุดฯ พร้อมด้วยกำลัง 4 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยพื้นที่เป้าหมายตามที่ได้รับแจ้ง ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นำโดย พ.ต.อ.วิทูรย์ กองสุดใจ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ท.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม รอง ผบ.ร 25 พัน 2 ชุดรักษาความสงบ จ.ภูเก็ต กองทัพภาคที่ 4 และเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ทัพเรือภาคที่ 3 นำโดย ร.ท.ทักษิณ พุกลิ้ม หัวหน้าชุดประสานงานรักษาความสงบทัพเรือภาคที่ 3 ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดถอดทำลายอมภัณฑ์ฯ ได้ทำการวัดขนาดของแท่งเหล็ก พบมีความยาวประมาณ 4.56 เมตร และมีเส้นรอบวง 150 เซนติเมตร จากนั้นได้ทำการขุดเปิดทรายบริเวณโดยรอบแท่งเหล็กออก เพื่อดูรายละเอียดของวัตถุดังกล่าวว่า เป็นอย่างไร โดยพบว่า บริเวณส่วนหัวมีลักษณะคล้ายปีกเล็กๆ ส่วนกลางของวัตถุด้านบนมีลักษณะเป็นปุ่มคล้ายจุดเติมเชื้อเพลิงใกล้กันมีหูเกี่ยวตะขอ และบริเวณส่วนท้ายมีลักษณะเรียวเล็ก ส่วนปลายตัดท่อนและมีโลหะชิ้นอื่นฝังอยู่ในทรายใกล้เคียงคล้ายเป็นหางเสือ แต่เนื่องจากช่วงเย็นระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นทางเจ้าหน้าที่ฯ จึงได้นำทุ่นขาดใหญ่ 2 ทุ่นมาติดตั้งเป็นสัญลักษณ์ เพื่อรอการเก็บกู้เคลื่อนย้ายไปไว้ในที่ปลอดภัยในวันพรุ่งนี้ (5ต.ค.)
จากการสอบถาม ร.ท.ธนกฤต แจ่มจิตร หัวหน้าชุด ชุดถอดทำลายอมภัณฑ์ฯ กล่าวว่า จากการตรวจสอบลักษณะภายนอกเบื้องต้น ยังไม่สามารถยืนยันชัดเจนว่าเป็นตอร์ปิโดทางน้ำหรือระเบิดทางอากาศ(บอม) เนื่องจากวัตถุทีทำจากเหล็กกล้าค่อนข้างมีอายุมาก แต่สภาพภายนอกยังค่อนข้างสมบูรณ์ โดยไม่พบในสารบบของสรรพาวุธที่เคยศึกษามา และไม่พบว่ามีการใช้ในกองทัพของไทย คาดว่าน่าจะมีก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี 2482) แต่ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ถือว่าเป็นวัตถุอันตราย ซึ่งต้องนำไปทำลายอย่างเร่งด่วน ส่วนจะเป็นวิธีการใดนั้นจะต้องมีการหารือกับทางอุทยานฯ อีกครั้ง
จากนี้จะได้นำข้อมูลรายละเอียดรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และแจ้งแนวทางให้กับทางเจ้าของพื้นที่ทราบว่า ควรดำเนินการอย่างไร คร่าวๆ เบื้องต้นจะนำวัตถุดังกล่าวขึ้นมาเก็บไว้ในที่ปลอดภัยก่อนที่จะนำไปทำลายต่อไป อาจจะนำไปทำลายในทะเลลึกที่จะไม่มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต ซึ่งจะต้องรอการสั่งการอีกครั้ง ร.ท.ธนกฤตกล่าว และว่า ขณะเดียวกันมีการกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะแม้ว่าวงจรต่างๆ จะไม่สมบูรณ์แล้ว แต่หากมีอะไรไปกระทบก็อาจจะเกิดอันตรายได้
อย่างไรก็ตามจากการสอบถามชาวบ้านบริเวณดังกล่าวเล่าว่า ผู้เฒ่าผู้แก่เคยเล่าให้ฟังว่า ห่างจากจุดพบวัตถุต้องสงสัยไปประมาณ 500 เมตร เคยเป็นสนามบินเก่า และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยมีการทิ้งระเบิดในบริเวณดังกล่าว และผู้คนในสมัยก่อนเคยพบเห็นร่องรอยของหลุมระเบิด จึงเป็นไปได้ว่า วัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งยังหลงเหลืออยู่ และถูกทรายจากทะเลพัดมาฝังกลบจนดูไม่เห็น แต่ปัจจุบันเกิดปัญหาการกัดเซาะ และทรายถูกพัดลงทะเลจึงทำให้วัตถุดังกล่าวโผล่ขึ้นมาให้เห็น





