ชาวไร่ยาสูบ 5 จังหวัดภาคเหนือ ถกเครียด หลังการคลังปรับลดเงินสนับสนุนในปัจจัยการผลิต ทำชาวไร่เดือดร้อนหนัก เตรียมยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมนายกรัฐมนตรี
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 12 กันยายน ตัวแทนชาวไร่ยาสูบ 5 จังหวัดภาคเหนือ (แพร่ น่าน เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง) จำนวน 200 คน ได้ร่วมประชุมสมาคมผู้บ่มเพาะ ผู้ปลูก และชาวไร่บ่มเอง กรณีประสบปัญหาใบยาแห้ง ราคาตกเนื่องจากโรงงานยาสูบโดยกระทรวงการคลังได้ลดเงินสนับสนุนในปัจจัยการผลิต (GAP) ลงอีก 2 บาท
โดยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา โรงงานยาสูบได้มีหนังสือถึงสมาคมผู้บ่มเพาะและปลูกและผู้ค้าใบยาสูบในภาคเหนือ ว่าจะทำการปรับลดเงินสนับสนุนในปัจจัยการผลิต ใบยาเวอร์ยิเนียเนื่องจากสาเหตุว่ามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง และเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติโดยจะปรับลดในฤดูการปลูก 2560/2561 กิโลกรัมละ 2 บาท จากเดิม 24 บาท เหลือ 22 บาท
โดยอ้างว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิต และภาษีกระทรวงมหาดไทย ภาษีกองทุนผู้สูงอายุ และที่สำคัญ ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป โรงงานยาสูบจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นจากการย้ายโรงงานจากคลองเตย ไปโรงงานผลิตยาสูบ 6 โรจนะ พระนครศรีอยุธยา
นายสุธี ชวชาติ นายกสมาคมผู้บ่มผู้เพาะและค้ายาสูบ จังหวัดลำปาง กล่าวว่า การรวมตัวในครั้งนี้ คือ อยากจะเข้าพบผู้บริหารระดับสูงเพื่อบอกข้อมูลและปัญหาของชาวไร่ โดยโรงงานยาสูบได้ปรับลดเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิต จากเดิม ได้ 26 บาท ลดลงมา เหลือ 24 บาทเมื่อผีที่ผ่านมา ปีนี้จะปรับลดลงอีก 2 บาทเหลือ 22 บาท ซึ่งอ้างว่าขาดทุน มีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น
แต่ในภาพรวม การนำเสนอข่าว พบข้อมูลว่าโรงงานยาสูบมีกำไรเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว แต่ทางชาวไร่ได้เงินลดลง โดยเงินที่บอกว่าช่วยเหลือนั้น แต่เดิมก็คือเงินราคาใบยาสูบที่เฉลี่ยแล้วได้ราคา 130-150 บาท แต่มีการนำมาแบ่งเป็นเงินช่วยเหลือชาวไร่ และให้เฉลี่ยราคาใบยาสูบลดลงเหลือกิโลกรับละ 88 บาท เป็นการจัดสรรทางด้านระบบภายในของโรงงานยาสูบ ชาวไร่ก็ยอมรับเงื่อนไข
ในปี 2558 ได้เงินช่วยเหลือ 26 บาทต่อกิโลกรัม รวมกับ 88 บาท ก็ใกล้เคียง และถือว่ายังอยู่ได้ แต่ในสองปีต่อมาปรับลดลงเหลือ 24 บาท และปีนี้จะปรับลดลง 22 บาท ชาวไร่ยาสูบได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก กับเงินที่หายไปต่อกิโลกรัมละ 2 บาท เพราะผลผลิตต่อฤดูกาล เงินจะหายไป 200,000-400,000 บาท
ขณะที่ นายกฤษณ์ ผาทอง นายกสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูกและค้ายาสูบจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทุกจังหวัดมีปัญหาเหมือนกัน การลดปัจจัยการผลิต ลงอีก 2 บาท สร้างปัญหาอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจยาสูบลงลงไปทุกปี เราพยายามประคับประคองพยายามซื้อใบยาสดจากชาวไร่ด้วยราคาที่เป็นธรรมให้ชาวไร่อยู่ได้ แต่โรงงานยาสูบกลับปรับลดราคา ไม่คำนึงถึงชาวไร่ โรงงานยาสูบอยู่ภายใต้รัฐบาล น่าจะสนองนโยบายรัฐบาลที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ของประเทศที่อยู่ในชนบทมีอาชีพที่ดี ทั้งเกษตรกรรายเล็ก รายย่อย มีพื้นที่เพาะปลูกเพียง 2-3 ไร่ ต่อรายเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมหารือในครั้งนี้ข้อสรุปคือ คือกลุ่มผู้เพาะบ่มใบยาสูบ ทั้ง 5 จังหวัดจะทำหนังสือขอเข้าพบผู้อำนวยการและประธานบอร์ด โรงงานยาสูบ ในขณะเดียวกันก็จะยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรมแต่ละจังหวัด เพื่อให้รับทราบปัญหาของชาวไร่ ที่โรงงานยาสูบลดราคาโดยไม่เป็นธรรม ทั้งที่ มีกำไรหลายพันล้านบาท หลังจากนั้น รอผลการดำเนินการ ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหวให้ชาวไร่ ก็อาจจะต้องไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี สำหรับพันธ์ยาสูบที่นิยมปลูก มี 3 สายพันธ์คือ เวอร์ยิเนีย เบอร์เวียร์ และเตอกีส พื้นที่ปลูกใน 5จังหวัดภาคเหนือรวมกว่า 43,506 ไร่

'ห้างเซ็นทรัล–เซ็นทรัล เอ็มบาสซี' ต้อนรับคณะคู่สมรส IMF–World Bank 2026 สัมผัสประสบการณ์ Thai Heritage, Global Standards
16 ต.ค. 2569 | 18:50
แอสเซทไวส์ส่ง 25 คอนโด 5,000 ยูนิต ร่วมสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUSดอกเบี้ยเริ่ม 2.6%
16 ต.ค. 2569 | 17:43
'สยามพิวรรธน์' ต้อนรับคู่สมรสผู้นำการเงินโลก ในงานประชุม 'IMF & World Bank 2026' ณ ไอคอนสยาม
16 ต.ค. 2569 | 17:36


