วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สองผัวเมียขายกาแฟไม่รุ่งหันมาค้ายาบ้า ไม่รอดถูกรวบคาด่าน

สองสามีภรรยาชาวชุมแพ ขับกระบะรับยาบ้าจากคนลาว เกือบสองพันเม็ด ขากลับเจอตำรวจหนองคาย ตั้งด่านตรวจค้นในรถพบคาหนังคาเขา สารภาพเปิดร้านขายกาแฟไม่รุ่ง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 ก.ย. 60 พ.ต.ท.อรรถศักดิ์ ศิริพานิช รองผกก.(ป.) สภ.เมืองหนองคาย,พ.ต.ต.ปวิช อุราสาย สวป.หัวหน้าด่านตรวจหนองสองห้อง พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจหนองสองห้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสุขสวรรค์ สุดตา อายุ 48 ปี ชาวชุมแพ จ.ขอนแก่น และนางสาวปาริษา สายสังข์ อายุ 40 ปี ชาวชุมแพ จ.ขอนแก่น สองสามีภรรยา พร้อมของกลางยาบ้า 1,990 เม็ด รถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ แบบแค็บ สีเทา ทะเบียน ถม 5568 กรุงเทพมหานคร

พ.ต.ท.อรรถศักดิ์ ศิริพานิช รองผกก.(ป.) กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. พ.ต.ต.ปวิช อุราสาย ได้นำเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจบนถนนมิตรภาพ ขาออก จ.หนองคาย มุ่งหน้าไป จ.อุดรธานี ตามปกติ และพบรถกระบะที่นายสุขสวรรค์ ขับมา มีนางสาวปาริษา นั่งมาด้วย เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจ ปรากฏว่านายสุขสวรรค์ ท่าทางมีพิรุธ หน้าตาซีดเผือด เจ้าหน้าที่ค้นบริเวณช่องเก็บของระหว่างเบาะคนขับกับผู้โดยสารด้านหน้า พบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกซุกซ่อนอยู่ จึงควบคุมตัวทั้งสองคนไว้

จากการสอบสวนนายสุขสวรรค์ ให้การรับสารภาพว่า ตนกับภรรยาเปิดร้านขายกาแฟ อยู่ใกล้กับ สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น แต่กิจการไม่ค่อยดี จึงอยากหารายได้เพิ่ม จนมีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับชายคนลาวไม่ทราบชื่อคนหนึ่ง ติดต่อซื้อยาบ้ากันจำนวน 2,000 เม็ด โดยยังไม่ได้ตกลงราคา และคนลาวนัดให้มารับยาบ้า บริเวณศาลารอรถ หน้าโรงพยาบาลโพนพิสัย จ.หนองคาย ตนจึงชวนภรรยามาด้วย โดยหลอกว่าจะพามาเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลโพนพิสัย และนางสาวปาริษาไม่รู้เรื่อง จนกระทั่งมาถึงสถานที่นัดหมาย ก็พบคนลาวมารออยู่ก่อนแล้วและนำยาบ้ายื่นให้ จากนั้นจึงขับรถกลับ หวังจะนำยาบ้าไปขายให้กับวัยรุ่นในละแวกบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยเสพยาบ้าแต่ปัจจุบันเลิกแล้วส่วนนางสาวปาริษา ยืนยันว่า ไม่รู้จริง ๆ ว่านายสุขสวรรค์จะพามารับยาบ้า จนเห็นมีการส่งมอบยาบ้ากันแล้ว จึงตกกระไดพลอยโจน เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวทั้งสองคนส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป