ครอบครัวหญิงพลัดตกรถไฟได้รับบาดเจ็บสาหัส เดินหน้าเรียกร้องค่าเยียวยา ขู่หากยังเงียบเตรียมฟ้องร้อง
ครอบครัวและญาติพาหญิงสาววัย 21 ปีชาว อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ที่พลัดตกรถไฟได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.59 เดินหน้าเรียกร้องขอความเป็นธรรมและเงินเยียวยาจากการรถไฟ หลังเกิดเหตุไม่สามารถทำงานเลี้ยงลูกวัย 4 ขวบและครอบครัวได้ เผยยื่นหนังสือร้อง 2 ครั้งแต่ยังเงียบ ยันหากครั้งนี้ยังไม่คืบหน้าก็จะฟ้องละเมิด
(7 ก.ย.60) นายวิทยา สายดวง กำนันตำบลป่าชัน พร้อมนายซัว สุดเสียงสังข์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านประทัดบุ ต.ป่าชัน อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ รวมทั้งครอบครัวและญาติพี่น้องได้นางสาวนิศาชล นพคุณ อายุ 21 ปี อาชีพรับจ้าง เดินหน้าเรียกร้องขอความเป็นธรรม โดยเข้ายื่นหนังสือผ่านนายบรรจง จันทร นายสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ถึงผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นครั้งที่ 3 เพื่อเรียกร้องค่าเยียวยาจากทางการรถไฟแห่งประเทศไทย หลังจากนางสาวนิศาชล ได้ใช้บริการเดินทางด้วยรถไฟขบวนที่ 146 อุบลราชธานี - กรุงเทพฯจากอำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์ พร้อมกับนายธีระศักดิ์ รุยคง สามี และลูกรวม 3 คน เพื่อไปเยี่ยมบ้านที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่พอรถไฟขบวนดังกล่าววิ่งมาถึงบริเวณหน้าศูนย์การศึกษาเด็กพิเศษฯ ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นางสาวนิศาชล ได้ลุกจากที่นั่งเพื่อเดินไปเข้าห้องน้ำขณะที่รถไฟกำลังวิ่ง เมื่อถึงรอยต่อของโบกี้รถไฟเกิดการสั่นอย่างรุนแรง จนทำให้ขาดการทรงตัวเสียหลักพลัดตกจากประตูโบกี้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระทั่งถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ พบว่าศีรษะแตกเย็บกว่า 10 เข็ม กระดูกไหปลาร้า - กระดูกซี่โครงหัก และตามตัว - แขน มีรอยฟกซ้ำตามลำตัว โดยได้รักษาตัวทั้งที่ รพ.และที่บ้านเป็นระยะเวลากว่า 2 เดือน แต่จนถึงขณะนี้ผ่านไปนาน 8 เดือนแล้วก็ยังไม่สามารถทำงานได้ ทำให้เดือดร้อนเพราะครอบครัวฐานะยากจน และยังมีภาระเลี้ยงลูกวัย 4 ขวบ ปัจจุบันมีเพียงรายได้จากสามีที่ทำงานรับจ้างก่อสร้างเท่านั้นแต่ก็ไม่เพียงพอ
จากกรณีดังกล่าว น.ส.นิศาชล จึงได้เรียกร้องค่าเยียวยาจากทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งค่าเสียโอกาสที่ในการทำมาหากินตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้เป็นเวลา 8 เดือนแล้ว รวมถึงค่าเสียความสามารถประกอบการงานในอนาคต และค่าทุกข์ทรมานจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น จากทางการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นการกระโดดรถไฟฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน จึงอยากให้ทางการรถไฟเห็นใจเพราะตอนนี้ครอบครัวเดือดร้อนมาก
ด้านนายวิทยา สายดวง กำนันตำบลป่าชัน กล่าวว่า ในฐานะที่ผู้ประสบเหตุเป็นลูกบ้านและครอบครัวยากจน จึงได้อาสามาช่วยเหลือทั้งพาเข้ายื่นหนังสือร้องขอรับเงินเยียวยาจากทางการรถไฟ ซึ่งที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่องถึงการรถไฟ 2 ครั้งแต่เรื่องก็เงียบหาย และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 หากยังไม่มีความคืบหน้า ก็จะทำการยื่นฟ้องร้องการรถไฟฐานละเมิดต่อไป
ขณะที่นายบรรจง จันทร นายสถานีรถไฟบุรีรัมย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลังได้รับหนังสือร้องจากทางญาติและผู้ประสบเหตุ ก็ได้ส่งเรื่องให้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อให้คณะกรรมการและผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือตามข้อเรียกร้องของนางสาวนิศาชล และครอบครัวแล้ว ซึ่งทราบว่าทางการรถไฟก็ได้ประสานให้บริษัทประกันภัย ที่ทางการรถไฟทำประกันภัยไว้ดำเนินการ แต่ได้รับทราบจากผู้ประสบเหตุว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่ประกันภัยโทรศัพท์มาสอบถามข้อมูลแล้วก็เงียบหายไป ส่วนที่มายื่นหนังสือในครั้งนี้ ก็จะส่งเรื่องให้การรถไฟได้พิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือตามกระบวนการขั้นตอนต่อไป





