ตำรวจหวังดีแนะหนุ่มไปสมัครงาน แต่กลับไปก่อเหตุชิงทรัพย์ ก่อนรวบทันควัน
ขณะที่ ร.ต.ต.เกียรติศักดิ์ เพชรพิมานสมุทร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ กำลังปฏิบัติหน้าที่ อยู่บนโรงพัก ได้มีนายวีรวิทย์ พันชนะ อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินมาขอความช่วยเหลือโดยอ้างว่าไม่มีงานทำ และไม่มีเงินซื้อข้าวกิน หลังจาก ร.ต.ต.เกียรติศักดิ์ ได้รับทราบข้อมูลจึงได้แนะนำให้นายวีรวิทย์ เดินไปปรึกษาทึ่ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งตั้งอยู่ในศาลากลางจังหวัด ฯ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพักไปประมาณ 300 เมตร ก่อนที่นายวีระวิทย์ จะเดินเท้าออกจากโรงพักไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรปราการ
เวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที่ ได้มีนายสำเริง บุตรน้ำเพชร อายุ 53 ปี พนักงานขับรถของสำนักงานสรรพากร สาขา สมุทรปราการ ได้วิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ว่าถูกคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่าสปาร์ค สีบรอนดำ หมายเลขทะเบียน 1กร 6048 กรุงเทพ ซึ่งเป็นรถของตนที่จอดติดเครื่องไว้ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงได้แจ้งวิทยุสกัดจับกุม ระหว่างนั้นเจ้าหน้าตำรวจยังได้รับแจ้งว่า มีเหตุว่า คนร้าย ก่อเหตุชิ่งทรัพย์ ที่บริเวณหน้าโรงเรียนนายเรือ ริมถนน สุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ ห่างจากจุดที่รถจักรยานยนต์หายประมาณ 1 กิโลเมตร แต่เจ้าหน้าที่ทหารเรือที่ประจำการณ์อยู่หน้าโรงเรียนนายเรือสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ พร้อมด้วยอาวุธมีดพับ และรถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นพาหนะมาก่อเหตุ กระเป๋าสะพายของผู้เสียจำนวน 1 ใบ จึงเดินทางเข้าตรวจสอบ ทราบชื่อ นายวีระวิทย์ พ้นชนะ อายุ 21 ซึ่งเป็นคนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนหน้านี้ และรถจักรยานยนต์ที่นำมาก่อเหตุก็เป็นรถคันเดียวกับที่ผู้เสียหายมาแจ้งถูกลักไปก่อนน่านี้ จึงได้คุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก
จากการสอบสวนนายวีระวิทย์ สารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนเดินทางมาจากบ้านเกิดที่ จ.นครราชสีมา ก่อนที่จะพักอาศัยกับแม่ ที่ย่านบางปู ระหว่างอาศัยอยู่ได้มีปัญญาหากับแม่ จึงได้ออกเผชิญชีวิตเพียงลำพัง และระหกละเหิน ตระเวนไปสมัครงาน ตามโรงงาน แต่ก็ไม่มีใครรับ กระทั้ง วันนี้หมดหนทาง จึงได้ เข้ามาขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าทำไมไม่มีคนรับเข้าทำงาน เจ้าหน้าที่จึงได้ เจ้าหน้าที่จึงได้แนะนำให้ตนไปที่ศูนย์ดำรงธรรม ก่อนที่เจ้าหน้าของศูนย์ดำรงธรรม จะให้ตนไปเขียนใบสมัครงาน ที่ศูนย์จัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ แต่ระหว่างที่ตนเดินออกมา ที่หน้าศาลากลางจังหวัด แต่ระหว่างนั้นเห็นรถจักรยานยนต์ จอดติดเครื่องอยู่ จึงได้คิดชั่ววูบประกอบกับหมดหนทางของชีวิต จึงตัดสินใจ เข้าขโมยรถจักรยายนต์ และขับหลบหนีไป กระทั้งขี่ไปถึง หน้าโรงเรียนนายเรือ พบเห็นหญิงสูงวัย ยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ 2 คน จึงได้จอดรถและใช้อาวุธมีด ที่พกติดตัวมาเข้าไปจี้เพื่อหวังชิงทรัพย์ แต่ผู้เสียหายร้องให้คนช่วย ตนจึงตกใจวิ่งหลบหนีไป กระทั้งเจ้าหน้าที่ทหารเรือจับกุมตัวเอาไวได้
ส่วนทางด้านนายสำเริง บุตรน้ำเพชร ผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับมาจาก ส่งไปรษณีย์ ก่อนที่จะแวะมากดเงิน ที่ตู้หน้าศากลางจังหวัด โดยได้จอดรถติดเครื่องเอาไว้ ต่อมา ระหว่างที่ตนกดเงินเสร็จได้ ได้หันกลับมา ถึงกับมึนงง เพราะรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่กลับหายไป หลังตั้งสติได้ จึงวิ่งข้ามถนนไปขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บนโรงพัก และเดินทางกลับบ้าน กระทั้งได้รับข่าวดี เจ้าหน้าที่ติดต่อมาว่า จับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว จึงได้รีบเดินทางมาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ทั้งนี้ได้ฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ สำหรับคนที่จอดรถโดยสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ อาจจะไม่โชคดีเหมือนตนก็ได้
เบื้องต้นแจ้งข้อหา ลักทรัพย์ และ พยามชิงทรัพย์ โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การหลหนี ส่งตัวดำเนินคดีต่อไป




