ลูกน้องแสบงัดห้องหมอดูฉกพระเครื่องราคาหลักแสน นายจ้างเผยมีปัญหาทะเลาะกันหลายครั้ง จะไล่ออกแต่สงสาร
เมื่อเวลา10.00น. วันที่5ก.ย. 60 พ.ต.ท.ยืนยง คำบอน สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดบ้านเช่าเลขที่103/7ม.5บ้านหนองบุ ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี ขโมยพระเครื่องราคาหลักแสน และคนร้ายยังพังโต๊ะหมู่บูชา โยนพ่อแก่และพระพุทธรูปลงร่องน้ำหลังบ้าน จึงออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ร.ต.อ.บรรจง พาโคตร รอง สว.สืบสวน.สภ.เมืองอุดรธานี ตำรวจสืบสวน และตำรวจชุมชนตำบลสามพร้าว
ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถว พบนายสุนทร ภูศาธิโชติ อายุ 59 ปี ชาว ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ผู้เสียหาย นำตำรวจเข้าตรวจสอบภายในห้องเช่า พบร่องรอยคนร้ายใช้ของแข็งงัดกุญแจล๊อคประตูหน้าบ้านพังเสียหาย ก่อนเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินในบ้านกระจัดกระจาย โดยเฉพาะหิ้งพระและโต๊ะหมู่บูชา นายสุนทร ใช้สำหรับดูดวง ถูกโยนลงไปในร่องน้ำหลังบ้าน และพบว่าในร่องน้ำมีพระพุทธรูปหลายองค์ รวมทั้งพ่อแก่ตัวแทนครูบาอาจารย์ของผู้เสียหาย ที่ถูกทิ้งไว้ในร่องน้ำด้วย
โดยทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไป เป็นพระเครื่องชื่อดังที่นายสุนทรฯ เก็บสะสมไว้ จำนวน9องค์ รวมทั้งสร้อยคอสแตนเลสที่ แขวนอยู่ผนังห้อง ที่มีพระผงปู่ฤษีชีไพร ที่มีเซียนพระเคยมาขอเช่าจากนายสุนทรฯ ในราคา1แสนบาท ที่เป็นพ่อครูที่หมอดูดวงชะตาทั้งหลายนับถือ รวมมูลค่าพระที่ถูกขโมยไปประมาณ150,000บาท
จากการสอบสวน นายสุนทร ผู้เสียหาย ให้การว่า ทำงานเป็นหัวหน้าคนงานก่อสร้าง และยังมีอาชีพเสริมด้วยการรับ ดูดวงให้กับคนทั่วไป ที่ทำมานานกว่า30ปี ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุไม่ใช่ใคร เป็นลูกน้องของตนที่รับเข้ามาทำงานได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ชื่อ นายเดี่ยว อายุ37ปี ชาวบ้าน ต.ดงเย็น อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังจากที่เคยมีปากเสียกัน เรื่องห้องสุขาภายในห้องเช่าของตน เมื่อ4วันที่ผ่านมา เนื่องจากเวลาตนไม่อยู่บ้านจะล็อกประตูไว้ เพราะกลัวทรัพย์สินมีค่าจะหาย และคนงานที่มีอยู่ 4 คน จะใช้แคร่ไม้หน้าบ้านกางมุ้งเป็นที่นอนพักผ่อน โดยมีคนงานเก่า3คน ที่อยู่กับตนมานาน ไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน
ทั้งนี้เวลาคนงานปวดท้องจะปลดทุกข์ ทุกคนจะเดินถือจอบเข้าป่าหลังบ้านเช่า แต่นายเดี่ยวฯ ที่มาอยู่ใหม่ กลับมาต่อว่าตน ที่เป็นหัวหน้า ซึ่งทีแรกตนคิดจะไล่ออกแต่ว่าสงสาร จึงให้อยู่ทำงานต่อ กระทั่งเช้าวันนี้ นายจ้างต้องการคนงานไปทำงานเพียง3คน ตนจึงให้นายเดี่ยวฯหยุดพักอยู่ที่บ้าน และใช้กุญแจล็อกประตูหน้าบ้านไว้อย่างดี เพราะนายเดี่ยวฯ เคยเข้าออกคุกในคดีลักทรัพย์หลายครั้ง แต่พอไปถึงที่ทำงานนายจ้างบอกว่า รถบรรทุกปูนซีเมนต์ ไม่มาตามนัด เนื่องจากเป็นวันพระ ตนจึงพาคนงานกลับมาบ้าน พบว่าบ้านถูกงัดและทรัพย์สินถูกรื้อค้น และหายไป รวมทั้ง นายตัวนายเดี่ยวฯ ที่ตนให้นอนเฝ้าหน้าบ้านหายตัวไป ซึ่งตนมั่นใจว่านายเดี่ยวฯ เป็นคนที่ก่อเหตุ ทำลายทรัพย์สินและขโมยพระเครื่องของตนไปด้วย จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า จะติดตามดูภาพจากล้องวงจรปิดที่มีอยู่บริเวณนี้ เพื่อตรวจสอบว่า นายเดี่ยวเป็นคนร้ยที่ลงมือก่อเหตุหรือไม่ และจะสอบประวัติจากแฟ้มอาชญากร ว่าจะเป็นคนเดียวกับที่นายสุนทรฯ ระบุหรือไม่ ซึ่งทางตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี




