นางเอกลิเก พาลูกชายวัย 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 เข้าแจ้งความตำรวจให้ดำเนินคดีกับครูสอนภาษาอังกฤษที่ทำโทษลูกชายเกินกว่าเหตุ เรื่องไม่ทำการบ้านส่งครู
น.ส.มัสยา รัตนกุล อายุ31ปี อยู่บ้านเลขที่137หมู่3ต.โพธิ์พระยา อ.เมืองสุพรรณบุรี พา ด.ช.เทพทัต เอี่ยมชัย หรือน้องเฟิร์ส อายุ10ขวบ ลูกชาย นักเรียนชั้น ป.4โรงเรียน รร.วัดวรจันทร์ ต.โพธิ์พระยา อ.เมืองสุพรรณบุรี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.บุญส่ง ลิ้มวิลัย สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี ให้ดำเนินคดีกับนายชาญชัย สงวนนามสกุล ครูสอนภาษาอังกฤษ รร.วัดวรจันทร์ เนื่องจากนายชาญชัยทำโทษลูกชายของตนเกินกว่าเหตุ
น.ส.มัสยา รัตนกุล ผู้ปกครอง น้องเฟิร์ส เล่าว่าตนเป็นนางเอกลิเกดัง คณะทิวาพร งามวิลัย ใช้ชื่อนางเอกว่า “ปุ้ม ปัทมา” จะเดินสายทำการแสดงไปทั่วประเทศ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลา จึงให้พ่อกับแม่ ช่วยเลี้ยงดูลูกชายแทนเมื่อมีเวลา จึงจะกลับมาเยี่ยมลูกและเมื่อวันศุกร์ที่1ก.ย.ที่ผ่านมาตนไปต่างจังหวัดกลับบ้านไม่ทัน จึงให้น้องชายไปรับลูกชายกลับบ้าน เมื่อตนกลับไปถึงบ้านลูกชาย ได้เล่าให้ฟังว่าถูกครูสอนภาษาอังกฤษ ทำโทษโดยใช้ไม้ ตีที่ก้นกับเพื่อนคนละ2ครั้ง พร้อมกับตนให้ลูกถอดกางเกงให้ดูก็เห็นก้นลูกมีรอยเป็นปื้นครั้งแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก กระทั่งเช้าวันเสาร์ ที่ผ่านมาสังเกตเห็นลูกนั่งไม่ได้มีอาการเจ็บก้น จึงขอดูรอยที่ถูกตีใหม่พบว่ารอยถูกตีมีอาการเขียวช้ำ รู้สึกน้ำตาคลอเบ้าเสียใจสงสารลูกที่ถูกครู ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพ่อพิมพ์ของชาติทำโทษเด็กรุนแรงขนาดนี้เลย
น.ส.มัสยา รัตนกุล เล่าต่ออีกว่าหลังจากเห็นรอยแผลช้ำที่ก้นลูกชายมีอาการอักเสบเป็นรอยเขียวช้ำ จึงได้นำรูปไปโพสต์ เฟสบุ๊กส่วนตัว ก็ได้รับการติดต่อจากครูสอนภาษาไทยของโรงเรียนเดียว สอบถามถึงสาเหตุเข้ามาในอินบ๊อกเฟสบุ๊กส่วนตัว ตนจึงเล่าให้ครูสอนภาษาไทยฟังว่าลูกชายและเพื่อนห้องเรียนเดียวกันถูกครูสอนภาษาอังกฤษทำโทษใช้ไม้ตีที่ก้น แต่ครูสอนภาษาไทยคนดังกล่าว กลับบอกว่าขอให้ตนลบรูปที่ลงในเฟสบุ๊กและให้พาลูกไปให้หมอตรวจอาการ ว่าอาจจะไม่ใช่เกิดจากถูกไม้เรียวของครูตีก็ได้ เมื่อตนได้อ่านข้อความดังกล่าวก็รู้สึกเสียใจมากขึ้น ว่าคนที่เป็นครูบาอาจารย์ คิดแบบนี้ได้อย่างไร
ซึ่งการทำโทษครั้งนี้เกิดจากการที่ลูกชายของตนและเพื่อนชายในห้องเดียว ไม่ได้ส่งการบ้านให้ครูสอบภาษาอังกฤษ แต่ทำไมลูกตนจึงเจ็บมากกว่าเพื่อนอีกคน ตนยอมรับว่าลูกชายก็ผิดที่ไม่ทำส่งการบ้านส่งครู แต่ครูก็น่าจะแจ้งผู้ปกครองให้ทราบก่อน น่าจะดีกว่าแต่ที่ผ่านมาผู้ปกครองไม่เคยได้รับแจ้งจากครูและทางโรงเรียนว่าลูกชายไม่ส่งการบ้าน ดังนั้นตนจึงเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายกับครูคนนี้เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพื่อจะได้ไม่ให้ไปทำกับเด็กคนอื่นอีก หรือถ้าเป็นไปได้อยากให้ออกจากครูไปทำอย่างอื่นแทน
ทางด้าน พ.ต.ท.บุญส่ง ลิ้มวิลัย สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี เจ้าของคดีกล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเด็กถูกครูสอนภาษาอังกฤษ ทำโทษเนื่องจากไม่ส่งการบ้าน จึงถูกครูใช้ไม้ตี2ครั้ง จนมีรอยเขียวช้ำขึ้นที่ก้นทั้ง2ข้าง ซึ่งได้รับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช เพื่อรอผลการตรวจของแพทย์ และได้ประสานไปยัง ผอ.ของโรงเรียนแห่งนี้เพื่อเชิญตัวครูที่ก่อเหตุมาสอบสวนสาเหตุที่แท้จริง พร้อมกับรายงานเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับครูที่ก่อเหตุคนดังกล่าว ต้องรอผลการตรวจจากแพทย์และผลการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน




