ชาวบ้าน5อำเภอในจังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงได้รับความเดือดร้อน จากปัญหาน้ำที่ยังท่วมขังนานกว่า1เดือน และเขื่อนลำปาวระบายน้ำวันละ27.44ล้านลบ.เมตร เพื่อรองรับมวลน้ำ
วานนี้ (2ก.ย.) จากการติดตามสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมขังชาวบ้านในพื้นที่5อำเภอใน จ.กาฬสินธุ์ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ร่องคำ และ อ.ฆ้องชัย ซึ่งนอกจากน้ำจะเอ่อขังในหมู่บ้านและเริ่มเน่าเสีย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ในส่วนที่ทำกิน เช่น แปลงนา พืชสวน บ่อปลา ได้รับความเสียหายสิ้นเชิงรวมพื้นที่กว่า3แสนไร่
ทำให้ชาวบ้านที่ส่วนใหญ่มีอาชีพชาวนา มีสภาพจิตใจห่อเหี่ยวสิ้นหวัง บางรายลงทุนไปเกือบ1แสนบาท ซึ่งต้นข้าวได้เน่าเสียหาย อย่างไม่มีทางฟื้นฟูได้ขณะที่ความช่วยเหลือจากทางราชการ ด้านเงินชดเชยยังมาไม่ถึง ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจและประชาคม ชาวบ้านจึงดำเนินชีวิตอย่างยากลำบาก และประทังชีวิตด้วยถุงยังชีพ ตามที่องค์กร มูลนิธิ และหน่วยงานต่างๆ ทยอยมามอบให้
ที่วัดสระบัวเชียงสา บ้านเชียงสา หมู่9ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายอนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี อดีต รมช.คมนาคม พร้อมด้วยคณะ และนางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา อดีตรองนายก อบจ.กาฬสินธุ์ นำถุงยังชีพมามอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมพร้อมให้กำลังใจผู้เดือดร้อน เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากการสูญเสียผลผลิตทางเกษตร และความเป็นอยู่ลำบากมานานกว่า1เดือนจากนั้นได้เข้าโรงครัวช่วยกันผัดหมี่ ผัดไทย แจกจ่ายให้ชาวบ้านที่เข้าคิวรอรับยาวเหยียด
นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา อดีตรองนายก อบจ.กาฬสินธุ์กล่าวว่าในการนำคณะลงพื้นที่ครั้งนี้ นอกจากได้พบปะ ให้กำลัง สอบถามปัญหา และความต้องการของชาวบ้านแล้วยังได้นำถุงยังชีพที่จัดทำในนามกลุ่มเพื่อนเจ๊นาง จำนวน1,200ชุด มามอบให้โดย ทั้งนี้ได้นำมาแจกจ่าย3จุด คือที่บ้านเชียงสา ต.บัวบาน บ้านขมิ้น ต.นาดี อ.ยางตลาด และบ้านโนนศิลาเลิง ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาทุกข์ นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับกลุ่มแม่บ้านทำอาหาร ผัดหมี่ ผัดไทย แจกจ่ายเพื่อผ่อนคลายความเครียดให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัยอีกด้วย
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาว จากอิทธิพลของฝนประจำฤดูที่ตกตลอดสัปดาห์ ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง27.44ล้าน ลบ.เมตร ระดับน้ำเพิ่มสูง1,657ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น84%จากความจุอ่าง1,980ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ระบายน้ำเพื่อรักษาสภาพเขื่อนเท่ากับปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างที่27.44ล้าน ลบ.เมตร. อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ระดับน้ำในลำปาวจะลดลง แต่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่การเกษตรและในหมู่บ้าน สถานศึกษา ยังคงมีน้ำเอ่อขัง และชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เกิดภาวะเครียดจากความสูญเสียพืชผลทางการเกษตรและที่พักอาศัย โดยมีหลายภาคส่วนลงพื้นที่เยียวยาอย่างต่อเนื่อง





