จนท.พม.และฝ่ายปกครองพังงา รุดช่วยเหลือเด็ก2-7ขวบถูกแม่ทารุณ เผยติดยาบ้าจนหลอน
วานนี้ ( 31ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงาน นางสาวดารารัตน์ สุเทศหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา นายมนัส หนูรักษ์ หน.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพังงา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง เข้าช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 7 ขวบ และ 2 ขวบ บริเวณ บ้านนาใน หมู่ 2 ต.บางทอง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา หลังถูกแม่ของเด็กทารุณและทำร้ายมานาน จนชาวบ้านและเพื่อนบ้านทนพฤติกรรมไม่ไหว แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือเพื่อหาวิธีดูแลรักษาบำบัดอาการของ นางเอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี เพื่อให้หายจากพฤติกรรมชอบทุบตีลูก และกลับมาใช้ชีวิตอย่างครอบครัวปกติ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวแม่เด็กเข้าให้แพทย์โรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ เพื่อตรวจสอบอาการเบื้องต้น ก่อนจะส่งต่อไปที่โรงพยาบาลพังงา เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางด้านจิตเวช ทำการรักษาและบำบัดอย่างถูกต้องต่อไป
ด้านนางมยุรา คันธานนท์ ผู้ช่วย ผญบ.หมู่ 2 ต.บางทอง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่า มารดาของเด็กน้อยทั้ง 2 คน อยู่กินกับสามีเก่า และพบว่าทั้งสามีและภรรยาติดยาเสพติด กระทั่งสามีติดคุก และภรรยาเริ่มมีอาการทางประสาทเห็นภาพหลอน จนอาการหนักขึ้นเริ่มทารุณด้วยการใช้งาน และทุบตีลูกสาวคนโต เห็นได้ชัดจากแผลตามร่างกายของเด็ก ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวเคยห้ามปรามหลายครั้ง แต่ก็ถูกด่าทอกลับมา และด้วยความสงสารเด็กๆ จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการช่วยเหลือ และรักษาอาการของแม่เด็กให้หายปกติ เพื่อกลับเข้าสู่ครอบครัวที่อบอุ่นในอนาคต ส่วนเด็กทั้ง 2 คน ทางญาติพร้อมที่จะช่วยดูแล แต่หากแม่เด็กกลับมาอาศัยอยู่ด้วยกันเกรงว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะเดิม มีการทำร้ายเด็ก ปัจจุบันแม่เด็กให้ลูกสาวคนโตไปโรงเรียนอาทิตย์ละ 1 วัน ทำให้เด็กขาดเรียนโดยอ้างว่าไม่มีเงินให้เด็กไปโรงเรียน และจะทำร้ายเด็กทุกครั้งหากไม่มีเงิน และจะให้เด็กไปขอเงินจากญาติๆ หากไม่ได้จะทำการทุบตีเด็กจนกว่าเด็กจะไปขอเงินมาได้ แต่หากมีเงินก็จะมีสภาวะจิตเหมือนคนปกติ ส่วนรายได้ของครอบครัวนี้มาจากสวนยางพาราที่แบ่งกับลูกจ้าง และจาก ยายของเด็กทั้งคู่
ขณะที่ นายวิเศษ กำลัง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์กล่าว หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้นำแม่ลูกทั้ง3คน เข้ามายังโรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ ทีมแพทย์และพยาบาลได้ทำการตรวจร่างกายของเด็กทั้ง2เบื้องต้นพบร่องรอยฟกช้ำ ส่วนมารดาของเด็กพบว่ามีสภาพจิตใจไม่เหมืองคนปกติจึงได้ทำการเจาะเลือดและให้ยาระงับประสาท พร้อมทั้งประสานไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัดเพื่อทำการส่งตัวไปให้หมอที่มีความเชี่ยวชาญด้านจิตเวททำการตรวจอีกครั้งเพื่อหาแนวทางในการรักษาต่อไป





