"พ่อบุญเลิศ" พร้อมญาติๆ เชื่อร่างทรง ออกติดตามค้นหาร่าง "ผอ.อ้อย" ต่ออย่างไม่ลดละ เปลี่ยนจากในป่าเป็นในน้ำ
วันที่ 28 สิงหาคม 2560 ที่ บ้านซำเม็ง ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พ่อบุญเลิศ ยายแหลม และบรรดาญาติๆ พร้อมกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 7 ซึ่งเป็นญาติสนิท ของ ผอ.อ้อย นางสาว จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ ที่หายตัวไปนับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ซึ่งเมื่อคืนครอบครัวอุ่นอ่อน ได้นำร่างทรงที่น่าเชื่อถือมาประกอบพิธีกรรม เพื่อการติดตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ที่หายตัวไป ร่างทรงแจ้งว่า ร่างของ ผอ.อ้อย ถูกมัดโยนทิ้งถ่วงน้ำอยู่ในเขตบริเวณหนองน้ำขนาดใหญ่ ตรงพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต อยู่ในเขตแดนของ 3 แผ่นดิน ไทย–ลาว–กัมพูชา ในเขตอำเภอน้ำยืน จึงได้ติดต่อชุดประดาน้ำพิเศษ มาช่วยในการดำน้ำเพื่อการค้นหา โดยเช้าวันนี้ได้เดินทางออกจากบ้านซำเม็ง เพื่อไปสมทบกับชุดประดาน้ำ และจะเดินทางไปยังจุดที่หมอร่างทรงกำหนดชี้จุด โดยระบุว่า วันนี้แม้จะหมดเงินไปเป็นแสนๆ บาทแล้ว แต่ไม่ยอมแพ้ หมดเท่าไหร่ก็ได้ ขอให้ได้ศพ หรือ ร่าง ของ ผอ.อ้อย กลับมาบ้าน และหากโชคดี เป็นเพียงการกักขังตัวเอาไว้ และช่วยรอดมาได้แบบมีชีวิตอยู่ พ่อ กับแม่ ยอมที่จะบวชขาว ถือศีลไปตลอดชีวิต ด้วย
นายบุญเลิศ พ่อ ผอ.อ้อย กล่าวว่า วันนี้ตนไม่สนใจว่าจะหมดเงินไปในการติดตามหาลูกสาวของตน ผอ.อ้อย มากขนาดไหน หมดเท่าไหร่ก็จะยอม โดยตลอดนี้หมดเงินไปนับแสนบาทแล้วก็ตาม ขอให้ได้ร่างของลูกสาวตนกลับมา และหากได้ร่างที่ยังมีชีวิตอยู่กลับมา ตนและภรรยา ยอมที่จะบวชแก้บน บวรพราหมณ์ถือศีลไปตลอดชีวิตก็ยอม ที่ผ่านมาก็ได้ชาวบ้าน ที่เสียสละเวลาว่างจากงานในครอบครัว งานประจำ ได้เจ้าหน้าที่ชุดสืบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกมาช่วยหา ไม่ว่าตนจะขอให้ไปที่ไหนก็เดินทางไปช่วยหากันตลอดวันนี้เงินที่สะสมไว้เริ่มจะหมด แถมงานการก็ไม่ค่อยได้ทำ ยางพาราก็ราคาไม่ดี ไม่พอค่าจ้าง เงินที่กู้มาให้ลูกสร้างบ้านก็ยังไม่มีต่อ สรุปคือวันนี้บ้านของ ผอ.อ้อย ที่หายตัวไปคงจะสร้างไม่เสร็จแน่นอน ซึ่งวันนี้ก็ได้มอบหมายให้ญาติๆ เดินทางไปกับร่างทรง เพื่อไปหาศพ และร่างของลูกสาวตนที่เขตอำเภอน้ำยืน ที่ร่างทรงบอกว่าเจอลูกสาวตน ถูกมัดก่อนโยนทิ้งถ่วงน้ำไว้ ก็จะได้พากันไปดำน้ำค้นหา ก็ไม่รู้จะเจอไหม อย่างไรก็ไม่ลดละความพยายาม
ด้าน พันตำรวจเอก นิพล บุญเกิด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ รักษาการผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน คลีคลายคดี ผอ.อ้อย เปิดเผยว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราได้ทำความเข้าใจกับครอบครัวอุ่นอ่อนมาโดยตลอด ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า ในหลายๆ เรื่อง เราขอความร่วมมือว่า อย่าได้แจ้งความคืบหน้าในทุกๆ เรื่องกับสื่อมวลชน หรือคนภายนอก เพราะเราเชื่อว่าผู้ต้องหา มีความรู้ หากพบว่าเรากำลังดำเนินการไปในทิศทางใด ก็อาจจะไปกลบร่องรอยของหลักฐานของเรา แต่เชื่อเราเถอะว่า ตำรวจทำงานกับหามรุ่งหามค่ำ และยังให้ความสำคัญอยู่ว่า การค้าหาร่างของ ผอ.อ้อย ที่เป็นหลักฐานที่สำคัญที่สุดของตำรวจ ส่วนในหลักฐานอื่นๆ เราได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานอื่นๆ ที่เราสืบค้นได้ตามหลักฐานในการหายตัวไป ก็จะต้องรอเวลาในการตอบกลับมาของหน่วยงานนั้นๆ เพื่อที่จะได้แจ้งข้อหาเพิ่มได้ในคราวเดียวกัน และหากหลักฐานไม่แน่นพอ ก็อาจจะทำให้ผู้ต้องหาหลุดรอดไปได้ ขณะเดียวกัน การค้าหาร่าง ผอ.อ้อย ตำรวจเราเองก็ได้ออกติดตามเช่นกัน แต่เราบอกไม่ได้ว่าเรามีวิธีการค้าหาของเราเช่นไร ในการที่ญาติๆ ครอบครัวอุ่นอ่อน ออกติดตามช่วยก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ได้ช่วยกันทุกทาง แต่หากไม่ออกค้นหา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สืบค้นหาอยู่แล้ว
ขณะที่การค้นหาร่างของ ผองอ้อย ที่อำเภอน้ำยืมตลอดวันนี้ ปรากฏว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้าแต่อย่างใด ยังคงเป็นการคว้าน้ำเหลวอยู่เช่นเคย เช่นเดียวกับจุดต่างๆ ตามป่า เขา ที่ชาวบ้านได้แยกกันออกไปติดตามค้นหาก็ยังไม่พบอะไรพอเป็นสิ่งบอกเหตุได้ว่า จะเจอร่างของ ผอ.อ้อย เลย





