โคราชขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าววันสุดท้าย ยอดรวมน้อยกว่าเป้า คาดแรงงานภาคเกษตรหนีไปภาคอุตสาหรรมภาคตะวันออก และภาคกลาง
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 60 ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศแรงงานต่างด้าวเดินทางมาขึ้นทะเบียนวันสุดท้ายเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้ภายหลังจากที่กระทรวงแรงงานได้ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ ปี 2560 ขึ้น ซึ่งมีอัตราโทษปรับนายจ้างใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายไว้สูงสุดถึง 800,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าว 1 คน และได้มีการเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ พม่า ลาว และกัมพูชา มาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายรอบใหม่ ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึงวันที่ 7 สิงหาคม 2560 ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย ทำให้มีนายจ้างพาแรงงานต่างด้าวมาขึ้นทะเบียนกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
นายอิทธิ คงวีระวัฒน์ จัดหางานจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ก่อนหน้านั้น ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีแรงงานต่างด้าวที่มาขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้วกว่า 24,000 ราย ดังนั้นในการเปิดให้แรงงานต่างด้าวมาขึ้นทะเบียนรอบใหม่ครั้งนี้ จึงคาดว่าจะมีผู้มาลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 20,000 ราย แต่ภายหลังจากที่เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 เป็นต้น
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีแรงงานต่างด้าวมาลงทะเบียนเพียง 8,860 คน โดยแบ่งเป็นแรงงานชาวกัมพูชา 6,444 คน รองลงมาเป็นแรงงานชาวพม่า 1,390 คน และแรงงานชาวลาว 1,026 คน ดังนั้นวันสุดท้ายคาดจะมาขึ้นทะเบียนเพิ่มขึ้นไม่มากนัก รวมทั้งหมดแล้วน่าจะไม่เกิน 12,000 ราย ซึ่งจำนวนนี้ถือว่าน้อยกว่าที่คาดไว้ครึ่งหนึ่ง ที่เป็นเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะว่าทางกระทรวงแรงงาน ได้เปิดให้แรงงานต่างดาวสามารถเดินทางไปขึ้นทะเบียนที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ ดังนั้นตนจึงเชื่อว่าในจังหวัดนครราชสีมา ที่ถือว่าเป็นพื้นที่มีแรงงานต่างด้าวทำงานอยู่มากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาคการเกษตร และแรงงานกลุ่มนี้มีความต้องการที่จะเข้าไปสู่ภาคอุตสาหกรรม จึงมีการเดินทางออกไปขึ้นทะเบียนในจังหวัดอื่นๆ ทั้งในภาคกลางและภาคตะวันออก ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่จำนวนมาก เพราะการเดินทางไปสะดวกสบาย จึงทำให้มีผู้มาขึ้นทะเบียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาน้อยกว่าที่คาดไว้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามในส่วนของแรงงานภาคเกษตรที่ย้ายไปทำงานที่อื่นจำนวนมาก ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อแรงงานภาคเกษตรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาแน่นอน เพราะส่วนหนึ่งก็จะมีแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีอยู่ มาขึ้นทะเบียนเปลี่ยนนายจ้างเพื่อมาอยู่แทนคนเก่า จึงไม่ก่อให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรแน่นอน




