วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุกจับร้าน 'เจาะลักยิ้ม' ย่านจตุจักร เสี่ยงติดเชื้อปากเบี้ยว

สธ.สนธิกำลังตำรวจ ปคบ. บุกจับร้าน "เจาะลักยิ้ม" ย่านจตุจักร เสี่ยงติดเชื้อปากเบี้ยว ติดโรคติดต่อจากเข็มที่ใช้เจาะ

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 4 ส.ค.2560 นายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองกฎหมาย กรม สบส.ร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าตรวจสอบร้านแจ็ค ดอว์สัน (Jack Dorson) ซึ่งรับเจาะร่างกาย ตั้งอยู่ในตลาดนัดเจเจ กรีน แขวงจตุจัตร เขตจตุจัตร กทม.  

นายแพทย์วิศิษฎ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบ นายธนธัช กาลมหา อายุ 49 ปี เป็นผู้ให้บริการเจาะลักยิ้ม และเจ้าของกิจการ เปิดบริการในวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ ระหว่างเวลา19.30 – 01.30 น. โดยให้บริการทำลักยิ้ม เจาะ ขยาย กรีดหู ผ่าเนื้อนูน และขายยาชา ซึ่งผู้รับบริการส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่นที่ทราบข้อมูลจากสื่อโซเชียล โดยวิธีการเจาะลักยิ้มนั้น ผู้ให้บริการจะทายาชาบริเวณแก้มผู้รับบริการ จากนั้นจะให้อมแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อในปาก ก่อนลงเข็มเจาะแก้มทีละข้างทะลุเข้าไปในช่องปาก  หลังจากนั้นจึงใส่จิวติดไว้ที่แก้มทั้งสองข้าง ประมาณ 1-2 เดือน จึงกลับมาถอดจิวออก ซึ่งการเจาะลักยิ้มด้วยวิธีดังกล่าว ถือว่าเป็นการกระทำต่อมนุษย์ และเป็นการเสริมสวย ตามนิยามในมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ที่จะต้องกระทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตจากแพทยสภาเท่านั้น

ดังนั้น กรม สบส.ในฐานะองค์กรหลักในการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ได้รับบริการด้านระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย จึงร่วมกับ บก.ปคบ. และ อย.ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด              

นายแพทย์วิศิษฎ์ กล่าวอีกว่า การใช้เข็มเจาะเข้าไปที่บริเวณแก้มเพื่อทำลักยิ้ม โดยบุคคลที่มิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม นับว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายของประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะบนใบหน้าประกอบไปด้วยเส้นประสาท และกล้ามเนื้อจำนวนมาก หากผู้กระทำไม่มีความรู้ และความเชี่ยวชาญ ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ปากเบี้ยว ใบหน้าผิดรูป และอาจเกิดการติดเชื้อที่บาดแผล จนแผลเน่า หรือติดโรคติดต่อจากเข็มที่ใช้เจาะได้ จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนเลือกรับบริการเสริมความงามจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาเจ้าของร้าน 2 ข้อหาได้แก่ข้อหาประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาจำหน่ายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท ก่อนส่งตัวไปที่สน.บางซื่อ ดำเนินตามขั้นตอนต่อไป