หนุ่มถูกชายฉกรรจ์ 6 คนอุ้มก่อนถูกรีดทรัพย์ เข้าพบ “ศรีวราห์” ชี้ตัวผู้กระทำผิด ขณะที่ “รอง ผบ.ตร.” แจงรู้ตัวกระทำผิดแล้ว ขออนุมัติศาลเปลี่ยนแปลงหมายจับตัวบุคคล พร้อมขยายผล
จากกรณีที่นายธนบดี จิตตา ผู้เสียหายเดินทางเข้าร้องทุกข์กับทางพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รวม 6 คน ใส่กุญแจมือและอุ้มตัวขึ้นรถฟอร์จูนเนอร์สีดำหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง บนถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ และรุมทำร้ายร่างกายเพื่อให้เกิดความกลัวก่อนจะให้ทรัพย์สินไปรวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท
ต่อมาเมื่อเวลา 21.00น. วันที่ 3 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายธนบดี จิตตา อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/43 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ผู้เสียหายที่ถูกกลุ่มคนร้ายจำนวน 6 คน ร่วมกันใช้กำลังกักขังหน่วงเหนี่ยวและรีดทรัพย์ พร้อมด้วยนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินทางเข้าพบพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เพื่อทำการชี้ตัวเพื่อยืนยันตัวผู้กระทำผิด โดยมีบุคคลอื่นที่มีอายุ รูปร่าง และลักษณะการแต่งกายคล้ายคลึงกันยืนปะปนอยู่ด้วย
พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รองผบก.น. 1 กล่าวว่า หลังจากนายธนบดีมาพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ก็ได้ตรวจสอบประวัติ พบว่า นายธนบดี มีหมายจับของสน.มีนบุรี ข้อหาฉ้อโกง จึงให้พนักงานสอบสวนสน.มีนบุรี เข้าอายัดตัว แจ้งข้อกล่าวหาและอยู่ระหว่างประกันตัว
ด้านนายธนบดี กล่าวว่า ตนยอมรับว่าตนทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือ 2 กับนายกัณตพิชญ์ โดยรู้จักกันทางกลุ่มไลน์เกี่ยวกับผู้สนใจรถยนต์หรู โดยซื้อรถจากผู้ต้องหามาในราคา 3.3 แสน แต่ตนนำไปตกแต่ง ขายต่อในราคาสูงทำให้ผู้ต้องหาไม่พอใจ หาว่าตนกดราคา ก่อนหน้าก็ไปแจ้งความว่าตนยักยอกทรัพย์ ที่สน.พหลโยธิน เรื่องอยู่ในกระบวนการดำเนินคดี จนวันเกิดเหตุ นัดพบกัน แต่ผู้ต้องหาพาชาย อีก 5 คนมาข่มขู่ จับตัว ใส่กุญแจมือ อุ้มขึ้นรถ ปล้นทรัพย์ แต่ตนหนีออกมาได้ มีพลเมืองดีช่วยเหลือ ตอนแรกชายกลุ่มนี้อ้างว่าเป็นตำรวจสายสืบ สน.ห้วยขวาง แสดงตัวเป็นตำรวจ อ้างหมายจับ พาตนขึ้นรถไปที่ซอยเพชรเกษม 54 บังคับเอาทรัพย์สิน นาฬิกา กระเป๋า กุญแจรถยนต์เบนซ์ ระหว่างนั้นตนใช้อุบายหนีมาได้ ซึ่งหลังจากตนหนีมาได้ทำทีเข้าไปตรวจสอบที่สน.ห้วยขวาง และบก.น.1 ยืนยันว่าชายกลุ่มดังกล่าวไม่ใช่ตำรวจแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามที่ตนต้องร้องเพราะเกรงกลัวได้รับอันตราย เพราะระหว่างถูกคุมตัว รู้สึกได้ว่าหากไม่หนีออกมาคงเอาชีวิตไม่รอด ครอบครัวถูกข่มขู่ โดยบ้านญาติที่ จ.ราชบุรี ก็มีคนไปยิงปืนขึ้นฟ้าลักษณะข่มขู่ จึงไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.โพธาราม จ.ราชบุรีแล้ว
ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนขณะนี้ ออกหมายจับชาย 4 คน รู้ชื่อแล้ว 1 รายคือ นายกัณตพิชญ์ ส่วนอีก 3 คน ออกหมายจับตามภาพในกล้องวงจรปิด แต่จากการสอบปากคำนายกัณตพิชญ์ ให้การเป็นประโยชน์ รับว่า ไปว่าจ้างกลุ่มคนมีสีที่รับงานทวงหนี้ ซึ่งผู้ต้องหาเรียกกลุ่มนี้ว่า ขาใหญ่ โดยขณะนี้กำลังพิสูจน์ทราบตัวบุคคลและจะไปขออนุมัติศาลเพื่อเปลี่ยนแปลงหมายจับระบุตัวบุคคล และขยายผลถึงผู้ร่วมก่อเหตุที่มีอีกอย่างน้อย 2 คน ทั้งนี้จากการตรวจสอบยืนยันได้ว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้ไม่ใช่ตำรวจแน่นอน หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยใด แม้จะเป็นทหารก็ไม่เว้น ไม่อุ้มรีดแบบนี้ไม่ได้ จะต้องจับกุมดำเนินคดีทั้งหมด
ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ นำนายธนบดี ชี้ตัวผู้ต้องหา ก็ยืนยันว่า นายกัณตพิชญ์ หรือมาร์ค ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัว คือคู่กรณีที่นำชายฉกรรจ์มาอุ้มรีดตัวเองจริง




