วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำท่วม 'นครพนม' เริ่มปกติบ้านหรูริมน้ำพังครืน

อุทกภัยน้ำท่วมนครพนม เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ บ้านหรูริมน้ำพังครืน-เซ่นน้ำท่วม 1 ศพ ลูกสาวโพสต์อาลัยพ่อ

วันที่ 3 ส.ค.60 สถานการณ์น้ำโดยทั่วไปในพื้นที่จังหวัดนครพนมว่าปริมาณน้ำท่วมเริ่มลดลง บางหมู่บ้านยังคงมีน้ำท่วมขัง ทำให้การสัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้านยังคงใช้เรือเป็นพาหนะ อ.นาหว้า ถนนสายบ้านนาคอย ต.นางัว ไปยังบ้านสนามบิน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ยังคงท่วมสูง 30 ซม. น้ำยังไหลแรงรถเล็กยังไม่สามารถผ่านได้ ทางเข้าหมู่บ้านนาอูน ต.นางัว ซึ่งเป็นทางหลักเข้าสู่หมู่บ้านถูกน้ำท่วมขังบางจุดสูงถึง 2-3 เมตร มีถุงยังชีพจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ

ทางด้าน อ.นาแก ผศ.(พิเศษ) เมธา ชูจันทร์ นายอำเภอนาแก นำนายไพบูลย์ โอมาก ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง นั่งเรือเข้าตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและแจกถุงยังชีพแก่ชาวบ้าน ที่บ้านปากบัง หมู่ 2 ต.พิมาน ยังคงมีน้ำท่วมขัง ต้องใช้เรือเป็นพาหนะ มี 349 หมู่บ้าน มวลน้ำล้อมรอบกลายเป็นเกาะ ระดับน้ำโดยทั่วไปลดลง 20 ซม. สำหรับตลาดสดเทศบาล ต.นาแก คาดว่าไม่เกินวันพรุ่งนี้ร้านค้าจะเปิดทำการค้าขายได้ หลังจังหวัดฯประกาศอำเภอที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติไปก่อนหน้านี้แล้ว 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.นาแก อ.วังยาง อ.ธาตุพนม อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม ล่าสุดได้ประกาศอำเภอที่ได้รับภัยพิบัติ เพิ่มเติมอีก 2 อำเภอคือ อ.โพนสวรรค์ และ อ.ท่าอุเทน

นายจักรพงษ์ มีบุญ เจ้าหน้าที่สถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 3-6 ส.ค.ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน จะทำให้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้น ขอให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและตกสะสม อาจทำให้มีน้ำท่วมเฉียบพลัน น้ำป่าไหลหลาก ปริมาณฝนวัดได้มากที่สุดของ จ.นครพนม ที่ อ.บ้านแพง 142.5 มิลลิเมตร

เหตุการณ์จากผลกระทบของน้ำท่วม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. มวลน้ำจำนวนมหาศาลที่ไหลทะลักจากฝั่งหนองหาร จ.สกลนคร ไหลเข้ามาด้านอำเภอด่านแรกของจังหวัดคือ อ.วังยาง และไหลต่อไปยัง อ.นาแก อ.เรณูนคร ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่บ้านน้ำก่ำเหนือ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม ผ่านประตูระบายน้ำธรณินศฤมิต โดยกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ได้กัดเซาะเอาตลิ่งตลอดลำน้ำทรุดตัวพังทลายลง ส่งผลให้บ้านเลขที่ 296 หมู่ 17 ซึ่งอดีตเป็นบ้านของนายสำราญ แดงเดช ลักษณะบ้านปูน 3 ชั้นครึ่ง ทรงสเปน อายุเก่าแก่ประมาณ 40 ปี ต่อมาได้ขายต่อให้ น.ส.ฐิติมา แข็งแรง เป็นผู้ครอบครองปัจจุบันปล่อยรกร้างไม่มีผู้อยู่อาศัย เนื่องจากเจ้าของบ้านคนดังกล่าวได้ย้ายครอบครัวไปอยู่กรุงเทพฯ

บริเวณระเบียงหน้าบ้านที่สร้างยื่นออกมาริมน้ำก่ำ เสาปูนทั้ง 4 ต้นได้หักล้ม ก่อนพังครืนทลายลงอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาประมาณ 18.20 น. วันที่ 2 ก.ค. ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้ที่พบเห็น และมีแนวโน้มว่าตัวบ้านอาจจะพังทลายลงทั้งหลังเนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

ในวันเดียวกัน ร.ต.อ.ชาลี เชื้อกุลา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.วังยาง จ.นครพนม เปิดเผยว่า เมื่อเวลา11.00น. ของวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา รับแจ้งเหตุคนจมน้ำในพื้นที่ ต.ยอดชาติ ซึ่งเป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วมตามประกาศของจังหวัด จึงรุดไปตรวจสอบพบร่างนายมั่น แสนสุริวงค์ วัย 60 ปี เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 57 บ.นาคอย หมู่5 ต.ยอดชาติ สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล เสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายดอก นอนคว่ำหน้าหายใจรวยริน บริเวณที่นาของตนเอง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.ยอดชาติ จึงรีบนำร่างหมดสติเร่งส่งรักษาที่ ร.พ.วังยาง เพื่อช่วยเหลือชีวิต แต่อาการของนายมั่นยังสาหัส แพทย์ จึงนำตัวส่งรักษาต่อที่ ร.พ.ศูนย์สกลนคร หมอเยื้อชีวิตไม่ไหว เพราะขาดอากาศหายใจนานกว่า 30 นาที กระทั่งนายมั่นเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนนางยวนใจ แสนสุริยวงศ์ วัย 57 ปี ภรรยาของนายมั่น ให้การว่าสามีออกไปหาปลาที่บริเวณนาของตนเอง พบว่ามีน้ำลึกประมาณ 120 ซ.ม. ขณะใส่อวนหาปลาอยู่นั้น เกิดหน้ามืดวูบล้มฟุบคว่ำหน้าในน้ำ ตนและเพื่อนบ้านรีบกู้ร่างขึ้นมา ปกติไม่มีโรคประจำตัว คาดว่าอาจเกิดอาการอ่อนเพลีย และอิดโรยจากเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย จึงรับศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ดังกล่าวซึ่งถือว่านายมั่นเป็นศพแรกของจังหวัดนครพนม ที่สังเวยความโหดร้ายจากอิทธิพลน้ำท่วม

ขณะที่ น.ส.จุฑามาศ แสนสุริวงค์ วัย 32 ปี บุตรสาวนายมั่น อดีตผู้ใหญ่บ้าน ยังได้โพสต์ภาพในเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยระบุข้อความว่า “เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต เกินที่จะบรรยายความรู้สึก รักและคิดถึงพ่อ ลูกจะผ่านช่วงเวลาเลวร้ายนี้ไปได้อย่างไร” และในคอมเม้นท์ยังมีเพื่อนและญาติเข้ามาแสดงความเสียใจจำนวนมาก