หนุ่มใหญ่ชาวรัตนบุรี บ้านอยู่ติดกันแต่พี่สาว ไม่รู้ว่าน้องชายได้เสียชีวิตไปแล้วถึง 4 วัน
หนุ่มใหญ่เป็นโรคร้าย นอนตายคาบ้าน4วันไม่มีใครรู้
หนุ่มใหญ่ชาวรัตนบุรี บ้านอยู่ติดกันแต่พี่สาว ไม่รู้ว่าน้องชายได้เสียชีวิตไปแล้วถึง 4 วัน
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2560 ร.ต.อ.พงษ์พิทักษ์ ประณมศรีรอง สว. (สอบสวน) สภ.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่าพบมีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านที่บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 9 ต.ไผ่ อ.รัตนบุรี จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดรัตนบุรี รุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวปลูกอยู่ภายในสวนด้านหลังโดยภายในบ้านพบร่างผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงนอนที่มีมุ้งกางอยู่ในสภาพขึ้นอืดมีน้ำเหลืองไหลเยิ้มหยดลงมาจากที่นอนเนื่องจากเสียชีวิตมาหลายวันแล้ว
โดยทราบชื่อต่อมาคือนายสมพล ไชโย อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 ม.9 ต.ไผ่ อ.รัตนบุรี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุโดยภายในบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรืออาวุธใดๆตกอยู่ คงมีแต่ขวดเหล้าขาวที่เหลืออยู่เพียงครึ่งขวด ตั้งอยู่กับพื้นข้างเตียงนอนเท่านั้น
จากการสอบปากคำ นางศุภลักษณ์ ไชโย อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวโดยอยู่บ้านติดกันซึ่งปลูกอยู่ด้านหน้าโดยอยู่ห่างกันเพียง 4 เมตร ทราบว่าผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นน้องชายของตน มีโรคประจำตัวคือโรคHIVและยังติดสุรามานานแล้ว
อีกทั้งยังเป็นโรคจิตอ่อนๆด้วยโดยเมื่อได้ดื่มสุราแล้วจะเป็นคนชอบเอะอะโวยวายเสียงดังโมโหร้ายแต่ก็ไม่เคยทำร้ายใครโดยก่อนเกิดเหตุตนเห็นนายสมพลน้องชายออกไปตกเบ็ดในนาแล้วก็กลับมาเข้าบ้านเมื่อหลายวันก่อนจากนั้นก็ไม่ได้เห็นหน้ากันมานาน 3 ถึง 4 วัน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่นายสมพลจะหายจากบ้านไปอย่างนี้อยู่เป็นประจำแต่ก็กลับมาบ้านทุกที จนกระทั่งในเช้าวันนี้ หลานชายเห็นหายไปหลายวันจึงได้ไปตามเพี่อให้มากินข้าวด้วยกันแต่ก็ปรากฏว่าเมื่อไปถึงหน้าบ้านของนายสมพล หลานชายก็ได้กลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง โชยออกมาจากภายในบ้าน จึงตกใจและเกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย จึงได้รีบวิ่งมาเรียกตนและญาติๆเพื่อที่จะช่วยกันพังประตูบ้านเข้าไปดูซึ่งก็ปรากฏว่าได้พบกับสภาพของนายสมพลเสียชีวิตบนที่นอนแล้วจึงได้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อที่จะได้ออกมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุโดยเจ้าหน้าที่ได้สันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตซึ่งมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว อาจจะดื่มสุราอย่างหนักจนกระทั่งเสียชีวิตซึ่งญาติๆไม่ติดใจในสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้โดยจะขอนำร่างผู้เสียชีวิตไปฌาปนกิจที่วัดทันทีเนื่องจากสภาพศพไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้อีกแล้วจากนั้นจึงจะได้นำเอากระดูกมาบำเพ็ญกุศลต่อไป





