วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กพช.ไฟเขียวให้ กฟผ.เป็นผู้จัดหาแอลเอ็นจีรายใหม่

กพช.ไฟเขียวให้ กฟผ.เป็นผู้จัดหาแอลเอ็นจีรายใหม่ ปริมาณ 1.5 ล้านตันต่อปี เริ่มปี 2561 หวังสร้างการแข่งขันเต็มรูปแบบ

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบหลักการและแนวทางการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติทั้งระบบ โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)รายใหม่ เพื่อดำเนินโครงการนำร่องทดสอบระบบต่างๆ ในระยะที่ 1 ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดแข่งขันเสรีเต็มรูปแบบในอนาคต จากเดิมที่มี บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท. เป็นผู้จัดหาแอลเอ็นจีเพียงรายเดียว


โดยตามมตินี้ กฟผ.จะต้องจัดหาแอลเอ็นจีในปริมาณไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี และเริ่มจัดหาภายในปี 2561 ซึ่งจะใช้หลักเกณฑ์การนำเข้าเช่นเดียวกับ ปตท. รวมถึงให้ กฟผ. แยกธุรกิจการจัดหาและจำหน่ายก๊าซออกจากกิจการผลิตไฟฟ้าให้เกิดความชัดเจน พร้อมกำหนดให้ ปตท. แยกธุรกิจท่อส่งก๊าซทางบัญชีออกจากระบบจัดหาและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้บริหารระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ (Transmission System Operator หรือ TSO) ภายใต้การกำกับดูแลของ กกพ.


ทั้งนี้ให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) บริหารนโยบายการจัดหาก๊าซธรรมชาติ รวมถึงติดตามอุปสงค์และอุปทานของแอลเอ็นจี ให้มีความเหมาะสม สำหรับการดำเนินการในระยะที่ 2 และ 3 คือ ระยะเปลี่ยนผ่านจนถึงเปิดเสรีอย่างเต็มรูปแบบ โดยกพช.ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปศึกษาการดำเนินงาน และให้นำกลับมาเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) และ กพช. พิจารณาต่อไป


นอกจากนี้ กพช.ยังรับทราบการรายงานความคืบหน้าผลการศึกษาโครงการก่อสร้างคลังรับแอลเอ็นจีลอยน้ำ(FSRU) ที่ดำเนินการโดย ปตท. ใน 2 พื้นที่ คือ FSRU ในพื้นที่ภาคใต้ บริเวณโรงไฟฟ้าจะนะ ขนาด 2 ล้านตันต่อปี วงเงินลงทุน 2.6 หมื่นล้านบาท และFSRU ในเมียนมา ที่เมืองกันบ็อก ขนาด 3 ล้านตันต่อปี เงินลงทุน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งโครงการมีความเป็นไปได้ แต่ กพช.ให้ไปศึกษาแผนการลงทุนเพิ่มเติมต่อไป


“การที่รัฐต้องการให้ กฟผ.เข้ามาเป็นผู้เล่นรายใหม่ในธุรกิจจัดหาแอลเอ็นจี เพราะกฟผ.หมดสัญญาซื้อก๊าซกับบ ปตท. และต้องการใช้ธุรกิจเกิดการแข่งขัน ผู้บริโภคได้รับบริการได้รับบริการที่ดีมีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม ส่วนวงเงินลงทุนให้กฟผ.พิจารณา แต่ราคาก๊าซต้องไม่แพงหรือกระทบค่าไฟน้อยที่สุด” พล.อ.อนันตพร กล่าว