วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นครพนมสั่งสำรวจหลังน้ำทะลัก 11 อำเภอ!!

พ่อเมืองนครพนมสั่งสำรวจด่วนหลังน้ำทะลัก 11 อำเภอ เตรียมออกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย

วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า สถานการณน้ำในจังหวัดนครพนมซึ่งจะเป็นพื้นที่รับน้ำต่อจากจังหวัดสกลนคร ที่มีปริมาณมวลน้ำอยู่ประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยจะไหลมาจากหนองหารที่สามารถรับน้ำได้ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร และจำเป็นต้องระบายออกมาที่นครพนม 200 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยระบายได้วันละ 35 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่จังหวัดนครพนมสามารถระบายลงสู่น้ำโขงได้วันละ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร ด้วยมีการติดขัดในเรื่องของประตูน้ำ ซึ่งมีอยู่หลากหลายประตู ขนาดเล็กบางใหญ่บ้าง ทำให้น้ำไหลได้ช้า และเกิดการไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ราษฎร ซึ่งจาก 12 อำเภอของจังหวัดนครพนมขณะนี้ถึงมี 11 อำเภอที่ประสบปัญหาอุทกภัย

ซึ่งทางจังหวัดกำลังเร่งสำรวจและเตรียมที่จะออกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าน้ำที่ระบายไหลมาทางลำน้ำก่ำ ส่งผลกระทบกับอำเภอวังยางและอำเภอนาแกมากที่สุด ส่วนด้านลำน้ำอูน และลำน้ำสงคราม ที่ไหลมาลงแม่น้ำโขงที่อำเภอท่าอุเทน ก็ได้รับน้ำกระจายเป็นวงกว้างเช่นเดียวกัน

ขณะที่แผนการบริหารจัดการมวลน้ำจากจังหวัดสกลนครนั้น จำเป็นต้องใช้เส้นทางของลำน้ำก่ำและคงใช้เวลานานอย่างน้อย 20 วัน ซึ่งจะทำให้ราษฎรเดือดร้อน เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือการเร่งน้ำในลำน้ำก่ำให้ลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด โดยทางกรมชลประทานได้นำเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 30 กว่าเครื่องเข้ามาติดตั้งในพื้นที่ตามจุดต่างๆแล้ว โดยเฉพาะบริเวณประตูธรณิศนฤมิตที่เป็นด่านสุดท้ายที่น้ำจะออกสู่ลำน้ำโขง ได้มีการติดตั้ง 4 เครื่อง ซึ่งจะเริ่มเดินเครื่องได้ในคืนนี้ คาดว่าจะช่วยในการผลักดันน้ำได้เพิ่มเติมขึ้น นอกจากนั้นกรมชลประทานก็ได้มีการสั่งการในการนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้ามาอีก 4 เครื่อง ซึ่งได้รับการสนับสนุนไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการนำเอารถไฟฟ้าเคลื่อนที่ขนาด 500 เมกะวัตต์ มาจำนวน 2 เครื่อง ก็คาดว่าหลังจากวันนี้เครื่องผลักดันน้ำ 4 ตัวที่ทำงานแล้วและภายในอีก 2 วันที่เครื่องสูบน้ำ ที่จะสูบข้ามจากทั้งฝั่งซ้ายและขวาของลำน้ำก่ำเพื่อลงสู่แม่น้ำโขงเริ่มได้ ก็จะทำให้ปริมาณน้ำที่จะระบายลงแม่น้ำโขงได้ถึงวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าน้ำที่ไหลออกจากหนองหาร จังหวัดสกลนคร ก็มั่นใจว่าถ้าทำได้อย่างนี้และระดับน้ำโขงไม่สูงขึ้นก็จะแก้ไขปัญหาได้ภายใน 1 สัปดาห์