วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปส.ไทย-มาเลย์ร่วมมือจับใบกระท่อมได้55ตัน

ป.ป.ส.ประชุมทวีภาคีไทย-มาเลเซีย ร่วมมือปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติและนักค้ารายสำคัญ ปีนี้จับกุมใบประท่อมได้แล้วกว่า 55 ตัน

วันที่ 12 ก.ค.60 ที่โรงแรมดุสิตรีสอร์ท ไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย - นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมทวิภาคีไทย-มาเลเซีย เรื่อง ความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 38 โดยมี Commissioner Police Dato' Sri Mohd. Mokhtar Bin HJ Mohd. Shariff (ดาโต๊ะ ศรี โมฮัมหมัด ม๊อกต้า บิน ฮาจิ โมฮัมหมัด ชาริฟ) ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย (Narcotics Crime Investigation Department-NCID) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนมาเลเซีย

โดยมี นางนฤมล ช่วงรังษี รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พลตำรวจตรี ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พลตำรวจตรี พุทธิชาติ เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ พลตำรวจตรี ดุษฎี ชูแสงกิจ ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 และผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. ในส่วนของคณะผู้แทนมาเลเซียประกอบด้วย Deputy Commissioner Police DATO’Kang Chez Chiang (ดาโต๊ะ กัง เชส เชียง) รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย และผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ NCID เข้าร่วม

โดยทางสำนักงาน ป.ป.ส. และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ได้มีการประชุมร่วมกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 ปีละครั้ง โดยวิธีเหย้าเยือน ซึ่งการประชุมระหว่างไทยกับมาเลเซียนับว่าเป็นการประชุมที่มีมาอย่างยาวนานที่สุดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติด เครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติและนักค้ารายสำคัญ ติดตามตัวผู้ต้องหาหนีหมายจับ รวมถึงส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของไทยและมาเลเซียให้มีความใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งถือเป็นมิติสำคัญของความร่วมมือในระดับทวิภาคีกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกัน

ปัญหายาเสพติดของไทยมีความเชื่อมโยงกับการลักลอบค้ายาเสพติดของนักค้าในมาเลเซีย ความร่วมมือในการสกัดกั้น ปราบปรามยาเสพติดระหว่างไทยและมาเลเซียจึงมีความสำคัญต่อประชาชนทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยส่งเสริม “แผนปฏิบัติการอาเซียนเพื่อสร้างความมั่นคงให้อาเซียนปลอดภัยจากยาเสพติด” ระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2529 - 2568 ) และการสร้างประชาคมอาเซียนให้ปลอดภัยจากยาเสพติด ตามคำขวัญของอาเซียน “Securing Community against Illicit Drugs”

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ เป็นที่น่าพอใจของทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายมาเลเซีย โดยได้มีการแลกเปลี่ยนสถานการณ์ยาเสพติด และข้อมูลของนักค้ารวมถึงผู้ต้องหารายสำคัญหลายราย โดยในประชุมวันนี้ได้มีการตกลงให้ทั้งสองประเทศมีการสืบสวนร่วมกันในหลายคดี ทั้งในคดีที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนของมาเลเซียจะเดินทางมายังประเทศไทย และเจ้าหน้าที่สืบสวนของไทยก็จะเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อสืบสวนและขยายผลในหลายคดี

นอกจากนี้ NCID จะส่งเจ้าหน้าที่ประสานงานยาเสพติดมาประจำ ณ สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำกรุงเทพฯ และสำนักงาน ป.ป.ส. อยู่ในระหว่างขออนุมัติส่งเจ้าหน้าที่ประสานงานยาเสพติดไปประจำ ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ เรื่อง ปัญหาพืชกระท่อมและการควบคุมพืชกระท่อม โดยในปัจจุบันมาเลเซียได้ทำการสกัดกั้นกระท่อม ซึ่งจะถูกลำเลียงมาประเทศไทยได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งในปีที่ผ่านมา มาเลเซียได้สกัดกั้นกระท่อมมากถึง 36 ตัน และตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.60 โดยมาเลเซียสามารถยึดกระท่อมที่จะถูกขนส่งมาที่ประเทศไทยได้มากถึง 19 ตัน โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลประสบการณ์เกี่ยวกับพืชกระท่อมและการควบคุมพืชกระท่อม จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อฝ่ายไทยในการพิจารณาปรับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพืชเสพติดของไทย

ด้าน ดาโต๊ะ ศรี โมฮัมหมัด ม๊อกต้า บิน ฮาจิ โมฮัมหมัด ชาริฟ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย กล่าวว่า ที่ผ่านมาการประสานงานด้านการปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย ได้มีการประสานงานกันทั้งด้านข้อมูลข่าวสาร และการติดตามจับกุมผู้ประทำผิดข้ามแดน รวมไปถึงการสกัดกั้นยาเสพติดข้ามชาติ โดยที่ผ่านมาทั้ง 2 ประเทศ ได้ทำงานกันอย่างใกล้ชิด มีการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดติดในมาเลเซียได้หลายราย โดยในช่วงปี 2016 นี้สามารถจุบกุมใบประท่อมได้แล้วกว่า 55 ตัน ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ได้รับการประสานงานระหว่างประเทศที่ทำให้การจับกุมและสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าไปยังประเทศมาเลเซียได้