กลายเป็นทีมที่มาเงียบๆแต่ฟาดนักเตะเข้าไปร่วมทีมไปเพียบแล้วสำหรับ “เอฟเวอร์ตัน” อีกหนึ่งยอดทีมแห่งถิ่นเมอร์ซี่ไซด์ หลังจัดการคว้าผู้เล่นไปแล้ว 5 ราย
รวมไปถึงข่าวล่าสุดวันพุธที่ 5 กรกฏาคม ที่ผ่านมาว่ากำลังจะได้ “เวย์น รูนีย์” อดีตนักเตะเก่าของทีมจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทัพ
แม้ว่าผู้เล่นแต่ละคนที่ทีมท็อฟฟี สีน้ำเงินจะดึงมาร่วมทีมอาจจะไม่ใช่นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง แต่โรนัลด์ คูมัน กุนซือของทีมต้องการผู้เล่นที่เข้ามาเสริมแบบ “ตรงจุด” มากกว่า หลังจากฤดูกาลที่ผ่านมา สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมจบอันดับในลีกที่ 7 คว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า ยูโรปาลีกได้สำเร็จ
พัฒนาทีมในทุกจุด
โดย 5 ผู้เล่นที่เอฟเวอร์ตันดึงมาร่วมทีมขณะนี้ ไล่ตั้งแต่ดาวี่ย์ คลาสเซ่น กองกลางตัวรุกทีมชาติเนเธอแลนด์ จากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 23.6 ล้านปอนด์ เฮนรี่ ออนเยคูรู กองหน้าดาวรุ่งฟอร์มแรงชาวไนจีเรีย จากยูเปน ในลีกเบลเยียมด้วยค่าตัว 6.8 ล้านปอนด์ จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูจากซันเดอร์แลนด์ 25 ล้านปอนด์ ซานโดร รามิเรส กองหน้าจากเรอัล มาลาก้า และล่าสุดคือ“ไมเคิล คีน” จากเบิร์นลี่ย์ ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ เบ็ดเสร็จใช้เงินไปแล้ว 85.6 ล้านปอนด์ แม้ว่าจะมีเงินมาชดเชยจากการขายทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ และ เคราร์ด เดวโลเฟว ออกไปรวมแล้ว 18.6 ล้านปอนด์ แต่ก็เป็นฤดูกาลที่ทีมลงทุนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร
ซึ่งแน่นอนว่าทำให้เหล่าสาวกเอฟเวอร์โตเนี่ยน มีความหวังขึ้นมาอย่างแรงกล้าว่าทีมกำลังมีทิศทางที่ชัดเจน ภายหลังจากที่มีสถานะทางการเงินที่ดีขึ้น จากการเข้ามาของเจ้าของทีมลูกครึ่งอังกฤษ-อิหร่าน “ฟาร์ฮัด โมชิริ” หลังทุ่มเงินซื้อหุ้นใหญ่ของสโมสรจำวน 49.9% เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2016
ซึ่งประกาศไว้ชัดเจนว่าจะพาทีมประสบความสำเร็จเป็นทีมชั้นนำของประเทศให้ได้อีกครั้งดังเช่นเคยได้รับการยกย่องแบบนี้มาแล้วในช่วงกลางยุค 80
ซึ่งนอกจากนโยบายการสร้างทีมแล้ว ตอนนี้เอฟเวอร์ตันกำลังมีเมกะโปรเจคด้วยการสร้างสนามใหม่มูลค่าสูงถึง 300 ล้านปอนด์ (ประมาณ 13,500 ล้านบาท) ความจุ 60,000 ที่นั่ง ด้วยกัน ถือเป็นการพัฒนาและยกระดับทีมในทุกด้าน
มันสมองของ “คูมัน”
นอกจากจะมีประธานสโมสรที่พร้อมให้การสนับสนุนแล้ว อีกคนที่ต้องให้เครดิตคงหนีไม่พ้น “โรนัลด์ คูมัน” กุนซือชาวดัชต์วัย 53 ปี ที่เข้ามารับตำแหน่งในถิ่นกูดิสันปาร์คในช่วงซัมเมอร์ของซีซั่นที่ผ่านมา
โดยอดีตดาวเตะบาร์เซโลน่า พาทีมจบอันดับเลขตัวเดียวได้สำเร็จในรอบสามปี มีสถิติการคุมทีม 41 นัด ชนะ 18 เสมอ 10 แพ้ 13 คิดเป็นสัดส่วนชัยชนะที่ 43.9%
โดยเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินของคูมัน ส่วนใหญ่ใช้ระบบการเล่น 4-3-3 ผู้เล่นตัวหลักส่วนใหญ่เฉลี่ยผลงานได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะผู้เล่นในแนวรับที่ค่อนข้างลงตัว ซึ่งตัวยืนหลักๆประกอบไปด้วย คู่เซนเตอร์อสล์ฟอย่างแอชลี่ย์ วิลเลี่ยม กับ ฟิล จากีลก้า แบ๊คขวาและซ้ายใช้ เมลสัน โฮลเกต และ เลห์ตัน เบนส์ โดยเสียไป 44 ประตูในลีก เสียน้อยเป็นอันดับที่หกในลีก เทียบเท่ากับ อาร์เซนอล แต่ที่น่าสนใจคือสถิติการทำประตูโดยซีซั่นที่ผ่านมาทำไปรวม 62 ประตู (มากกว่าแมนฯยูไนเต็ด ที่ได้แค่ 54 ประตู) ซึ่ง 25 ประตูเป็นของ “โรเมลู ลูกากู” หัวหอกชาวเบลเยียม ที่ระเบิดฟอร์มได้อย่างสุดยอด
แข้งใหม่-ทางเลือกใหม่
เมื่อพิจารณาจากผู้เล่นที่ทางคูมันดึงเข้ามาเสริมทีมตอนนี้จะเห็นได้ว่าเน้นไปที่ผู้เล่นเกมรุกเป็นหลัก นั้นก็เพราะข่าวการย้ายทีมของลูกากู ที่ออกมาเป็นระยะ ทำให้จำเป็นต้องหาผู้เล่นมาเตรียมพร้อมทดแทนไว้ก่อน ทั้ง ซานโดร รามิเรส และ เฮนรี่ ออนเยคูรู ต่างก็เป็นศูนย์หน้าฟอร์มแรง โดยรามิเรส วัย 21 ปี ทำไปรวมทั้งหมด 16 ประตูในทุกรายการให้กับ มาลาก้า ขณะที่ ออนเยคูรู วัย 19 ปีก็กำลังเป็นดาวรุ่งที่กำลังได้รับการจับตามองไปทั่วยุโรป ทำไป 24 ปีประตูจาก 41 นัดให้กับต้นสังกัด
อย่างไรก็ตาม คูมันยังคงมองหาผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในตำแหน่งศูนย์หน้ามาร่วมทีม ซึ่งมีรายชื่อของเวย์น รูนีย์ สตาร์กัปตันทีมแมนฯยูไนเต็ด และอดีตเด็กปั้นของเอฟเวอร์ตันที่ย้ายออกจากทีมไปเมื่อปี 2004 ซึ่งมีโอกาสไม่น้อยเช่นกันที่ดาวเตะวัย 31 ปีเศษอาจจะหวนกลับมาค้าแข้งกับทีมเก่า เพราะตอนนี้สถานการณ์ในทีมปีศาจแดงรูนีย์ กำลังถูกมองว่าเป็นส่วนเกินของทีม
ซึ่งนอกจากรูนีย์ แล้วโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศสของอาร์เซนอล ก็ยังเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของคูมันเช่นกัน
อีกหนึ่งผู้เล่นที่มีข่าวลือเรื่องการย้ายทีมนั่นคือ รอสส์ บาร์คลีย์ มิดฟิลด์ตัวเก่งของทีมที่ยังไม่ต่อสัญญาออกไปทำให้อาจจำเป็นต้องปล่อยตัว โดยการดึงดาวี่ย์ คลาสเซ่น เข้ามาก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกไว้หากกองกลางทีมชาติอังกฤษย้ายออกไป แต่ถ้าไม่ย้าย การเล่นร่วมกันของ บาร์คลีย์ กับ คลาสเซ่น ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย
บรรดาสื่อในอังกฤษคาดการณ์ว่าทีมทอฟฟี่สีน้ำเงิน น่าจะได้ผู้เล่นในตำแหน่งศูนย์หน้ามาอีกหนึ่งรายเป็นอย่างน้อย แต่ทั้งรูนีย์ และ ชิรูด์ ที่กำลังมีข่าวนั้น ต่างก็เป็นนักเตะที่ฟอร์มไม่ดีเท่าไหร่กับสโมสร ซึ่งหากต้องเสียลูกากูไปจริงก็น่าสนใจว่าจะทดแทนกันได้แค่ไหน หรือคูมันอาจจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นของทีมโดยเฉพาะแนวรุกหากได้กองหน้าตัวหลักคนใหม่





