ความคืบหน้ากรณีที่ หญิงเข้าไปทำร้ายเด็กชาย ป.2 มือตบปาก ดึงหู และกระชากจนศีรษะโขกกับเสา เพราะโมโหที่เด็กแลบลิ้นใส่
ความคืบหน้ากรณีที่ นางเพียบ ภรรยาของอดีตของข้าราชการครูคนหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านกระสังสามัคคี ต.สามแวง อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ได้บุกเข้าไปทำร้าย น้องเติ้น อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 ถึงในบ้านทั้งใช้ก้านมะยมตีขา มือตบปาก ดึงหู และกระชากจนศรีษะโขกกับเสา เพียงเพราะโมโหที่เด็กแลบลิ้นใส่
เมื่อวัล่าสุดนางเพียบ ออกมาชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายเด็กตามที่ถูกกล่าวหา เพียงอบรมสั่งสอนให้รู้ผิดถูก เนื่องจากวันเกิดเหตุเด็กชาย และเด็กหลายคนได้เข้าไปเล่นในบ้านของตนเอง ซึ่งวันนั้นมีตานอนป่วยอยู่ในบ้าน แล้วเด็ก เล่นเสียงดัง จึลบอกให้เด็กเล่นเบาๆ แต่เด็กชาย กลับใช้พฤติกรรมไม่เหมาะสมโดยการ แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ ทั้งยังตะโกนด่าตนเองกับตาที่นอนป่วยในบ้านด้วยถ้อยคำหยาบคายด้วย จึงเกิดความโมโห จากนั้นเรียกเด็กๆ ทั้งหมดมาสั่งสอนว่าทำแบบนี้มันไม่ถูกพร้อมใช้ก้านมะยมทำโทษทุกคน แต่ไม่ได้ทำรุนแรงเพียงตีเบาๆ พร้อมให้เด็กพูดขอโทษ จากนั้นก็ไปเล่นตามปกติ แต่เด็กชายไม่ยอมให้ทำโทษและวิ่งหนีกลับบ้าน จึงเดินตามไปที่บ้านแล้วใช้ก้านมะยม 2 อัน ซึ่งเป็นอันเดียวกับที่ใช้ทำโทษเด็กที่ไปเล่นในบ้าน เข้าไปตีขา ก่อนจะใช้มือตีปากเบาๆ และดึงหู พร้อมอบรมด้วยว่าอย่าทำแบบนี้อีกมันไม่สมควร
ซึ่งก่อนจะทำโทษก็ได้บอกกับนางอุไร ร่าเริง ยายของเด็กชายแล้วซึ่งยายก็ไม่ได้ว่าอะไร พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้พูดข่มขู่จะเอาชีวิตน้อง เหมือนที่ถูกกล่าวหาด้วย อาจจะเป็นการเข้าใจผิด ซึ่งหลังจากเกิดเหตุทางผู้ใหญ่บ้านก็ได้เรียกทั้ง2ฝั่งเข้าไปพูดคุยและขอโทษกันจนจบเรื่องแล้ว แต่ไม่รู้ว่าสาเหตุอะไรจึงมีเรื่องราวเป็นข่าวขึ้นมาอีก พร้อมขอความเห็นใจจากสังคมว่าควรจะฟังข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย ไม่ควรจะตัดสินจากฝ่ายเดียว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวเสียหาย
ขณะที่แม่และยายของเด็กชาย ได้เดินเข้าแจ้งความ ที่ สภ.ห้วยราช เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานว่าลูกถูกทำร้าย แต่ก็ไม่ได้อยากให้มีเรื่องราวบานปลาย เพียงอยากให้อีกฝ่ายออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือขอโทษกับสิ่งที่กระทำเท่านั้น ขณะเดียวกันคู่กรณี ได้เดินทางมาที่ สภ.ห้วยราช เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกฝ่ายผู้เสียหาย หมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียเช่นกัน แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างบอกตรงกันว่าไม่ได้ต้องการให้เรื่องราวบานปลาย แต่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายจะมาแจ้งความ จึงได้มาแจ้งความ พร้อมบอกตรงว่าหากมีคนกลางจะพูดคุยไกล่เกลี่ยให้ก็พร้อมจะไกล่เกลี่ย เพื่อให้จบเรื่องไม่ต้องผิดใจกัน
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางตำรวจก็ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด เพียงรับแจ้งไว้และจะทำการสอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามขั้นตอน




