สธ.ยืนยันการดำเนินการเรื่องวัคซีน “เอชพีวี” ประหยัดเงินงบประมาณได้ 36.8 ล้านบาทและช่วยป้องกันหญิงไทยจากมะเร็งปากมดลูก
นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า การดำเนินการบรรจุวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือเอชพีวี อยู่ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ เป็นความร่วมมือหน่วยงานในรูปแบบคณะกรรมการระดับชาติ โดยคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติได้วางแผนดำเนินการมาหลายปี ที่ต้องการให้เด็กได้วัคซีน เพื่อหวังผลป้องกันมะเร็งปากมดลูกในอีก 20-30 ปีข้างหน้า โดยในระยะแรกยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะวัคซีนมีราคาแพงเข็มละ 1,000 กว่าบาท ทำให้ไม่สามารถจัดหาได้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย แต่เมื่อราคาที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติต่อรองได้ราคาที่ 375 บาท ที่จะช่วยลดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ ถือว่าเป็นความคุ้มค่าที่จะนำมาใช้ แต่ได้รับการคัดค้านจากกลุ่มประชาสังคมเพราะราคายังแพง
สธ.ต้องคำนึงถึงความคุ้มทุน ตามข้อเสนอของภาคประชาสังคมที่เสนอต่อคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมทั้งแนะนำของดร.นพ.ยศ ตีระวัฒนานนท์ หัวหน้าโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ ที่ให้ยึดหลัก คือคุ้มค่ากับคุ้มทุน ทำให้เกิดการหารือในเชิงนโยบายจะทำอย่างไรที่จะซื้อได้ถูกกว่านี้ เพื่อให้ได้วัคซีนที่มีประสิทธิผลในการป้องกันโรค มีความคุ้มทุนกับการนำมาใช้และช่วยให้ทุ่นค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วยลงได้
ทางองค์การเภสัชกรรมและกรมควบคุมโรคจึงทำการจัดซื้อด้วยวิธีประกวดราคา จากราคาที่คณะกรรมการยาหลักแห่งชาติกำหนดไว้ที่ราคา 375 บาท ทำให้จัดซื้อได้ที่ราคา 279 บาท จากจำนวนที่ต้องการ 4 แสนโด๊ส วงเงิน 302.46 ล้านบาท ทำให้ประหยัดงบประมาณของประเทศได้ 36.8 ล้านบาทและได้วัคซีนที่สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทยได้ โดยการฉีดวัคซีนเอชพีวีจะฉีด 2 เข็มห่างกัน 6 เดือนในเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งมีอยู่ประมาณ 4 แสนคนทั่วประเทศ จะเริ่มฉีดวัคซีนในเดือนสิงหาคม 2560




