วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดีเอสไอ' ทลายโกดังสินค้าละเมิด กลุ่ม 'เจ๊ ฮ.'

ดีเอสไอยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์-หนีภาษี เครือข่าย "เจ๊ ฮ." มูลค่า 50 ล้าน เผยมีข้อมูลผู้นำเข้ารายใหญ่ 4-5 กลุ่ม ถ้าไม่เลิกโดนจับเรียบ

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ แถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และสินค้าหนีภาษีมูลค่า 50 ล้านบาท โดยระบุว่า สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาได้สืบทราบว่านายทุนต่างชาติ ลักลอบนำสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อาทิ โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่โทรศัพท์ กระเป๋า เครื่องสำอาง และสินค้าอื่นๆ รวมทั้งมีสินค้าอื่นที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากรและนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศเป็นจำนวนมาก มีการขนส่งสินค้ามากถึงครั้งละ 2 - 3 ตู้คอนเทนเนอร์ ลำเลียงมาเก็บพักไว้ในโกดังย่านถนนกาญจนาภิเษก หลังจากนั้นจะทยอยนำไปส่งให้กับลูกค้าซึ่งเป็นผู้ค้ารายย่อยทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินพบว่า ในระหว่างปี 2559 – ปัจจุบัน นายทุนนี้ได้มีรายได้จากการดำเนินกิจการมากกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งไม่มี การเสียภาษีหรือเสียภาษีเงินได้ไม่ครบถ้วน จึงทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีตัวสินค้า และรวมถึงสูญเสียรายได้จากภาษีเงินได้ของเจ้าของธุรกิจ และถูกเพ่งเล็งว่าไม่ให้ความจริงจังต่อการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย อันมีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงรับกรณีดังกล่าวไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอมีข้อมูลเครือข่ายนำเข้ารายใหญ่ 4-5 กลุ่ม ซึ่งเป็นระดับต้นๆของประเทศ รายที่ถูกจับกุม คือ เจ๊ ฮ. ฝากเตือนไปถึงผู้ประกอบการรายอื่นระดับเจ้าพ่อเจ้แม่ที่ยังกระทำคว่มผิดจะถูกดำเนินการจนครบถูกราย และจะขยายผลในคดีฟอกเงิน สำหรับผู้ซื้อสินค้าละเมิดโดยเฉพาะโทรศัพท์มือุอและเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องระมัดระวัง เพราะเป็นสินค้าไม่ทีคุณภาพ อาจเกิดระเบิดไฟไหม้และไม่สามารถเรียกค้าเสียหายจากเจ้าของสินค้าไทย

ด้านนางมาลา ตั้งประเสริฐ ตัวแทนผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม กล่าวว่า ผู้ที่นำเข้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นชาวต่างชาติ คนเหล่านี้ไม่ได้นำเข้าเพียงสินค้าอย่างเดียว แต่นำเข้าคนมาเป็นช่างเทคนิคประกอบโทรศัพท์มือถือ การกระทำของคนกลุ่มนี้ประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ และเจ้ฮ.ก็ไม่ใช่คนไทย แต่นำสินค้ามาขายส่งให้กับผู้รับซื้อในประเทศ แม้กรมสรรพากรจะเรียกเก็บภาษีจากการขายสินค้าออนไลน์ แต่สินค้าหนีภาษีและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ก็ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้ สำหรับเป้าหมายกลุ่มเจ๊ ฮ. ที่ถูกดีเอสไอนำกำลังเข้าตรวจค้นและยึดของกลางจำนวน 3 จุด ดังนี้

1. โกดังเลขที่ 37/49 ถ.บางระมาด แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตรวจพบมีการขนสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไว้ในโกดัง รวมถึงตรวจยึดรถตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรทุกสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและสินค้าหลบหนีศุลกากรได้ 1 คัน

2. โกดังเลขที่ 37/25 ถ.บางระมาด แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตรวจพบมีการขนสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไว้ในโกดัง

3. ได้ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 555/32 หมู่บ้าน บี ฮาโมนี ราชพฤกษ์ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จากการตรวจค้นดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าหลบหนีศุลกากรได้มากกว่า 100,000 ชิ้น ซึ่งมีมูลค่าตามราคาท้องตลาดมากกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ติดตามผู้กระทำความผิดรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป