ดีเอสไอประสานนิติวิทย์ เก็บหลักฐานคดีรถโจรกรรมที่โชว์รูม "บอย ยูนิตี้" เผยรออังกฤษส่งคำฟ้องผู้เกี่ยวข้องในไทย ส่วนกรณีสำแดงเท็จยังต้องรอศุลกากรประเมิน
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รอง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ในวันนี้ประสานเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาตร์ กระทรวงยุติธรรม ให้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ดีเอส เข้าตรวจเลขตัวถัง และเลขเครื่องยนต์ รถหรูและซุปเปอร์คาร์ทั้งหมดของ บริษัท เอส ทีที ออโต้คาร์ จำกัด ที่อายัดไว้ที่โชว์รูม เลขที่ 41 ถนนเทียมร่วมมิตร (สาขาห้วยขวาง) แขวง-เขตห้วยขวาง กทม. และโชว์รูม เลขที่ 267/13 ถนนสุขุมวิท 63 (สาขาเอกมัย) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. เพื่อเก็บหลักฐานประกอบสำนวนคดี
นอกจากนี้หน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ สหราชอาณาจักร หรือ NaVCIS (National Vehiclei Crime Intelligence Sevice) ได้ติดตามสอบถามวารถโจรกรรมที่อายัดไว้ยังอยู่ครบหรือไม่ เพราะเป็นกังวลว่าหากสูญหายไปได้จะติดตามกลับคืนได้ยาก ดีเอสไอจึงเข้าไปตรวจนับพร้อมเก็บหลักฐานอื่นๆ โดยในส่วนของรถโจรกรรมนั้นอยู่ระหว่างรอให้ทางการอังกฤษส่งคำฟ้องมาเพื่อดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องในไทย
"ส่วนรถที่นอกเหนือจากรถที่ถูกโจรกรรมมา และอยู่ในโชว์รูมทั้งหมดกว่า 30 คัน เจ้าหน้าที่ได้อายัดไว้ตรวจสอบว่าเลี่ยงภาษีหรือไม่ ส่วนการเรียกผู้ประกอบการ เจ้าของโชว์รูมเข้ามาชี้แจงกับดีเอสไอ ขณะนี้ยังต้องรอทางกรมศุลกากรประเมินภาษีส่วนที่ชำระไว้ไม่ครบถ้วน โดยดีเอสไอได้ส่งหลักฐานราคาซื้อขายทที่แท้จริงจากประเทศอังกฤษให้ไปกว่า 1 สัปดาห์แล้ว โดยทันทีที่กรมศุลกากรแจ้งข้อมูลการประเมินภาษีกลับมา ดีเอสไอก็พร้อมเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้ารับทราบข้อหาในคดีอาญาทันที" พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าว




