"บ.โปรเกรสชั่นฯ" โร่แจงหลังมีผู้ร้องดีเอสไอว่าหลอกลวง ยืนยันจ่ายเช็คให้พรีเซ็นเตอร์ยาสีฟัน-น้ำดื่มแล้วกว่า 28 ล้าน เตรียมฟ้องกลับคนทำเสียชื่อเสียง
จากกรณีมีผู้เสียหายไปร้องเรียนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เกี่ยวกับการถูกหลอกให้สมัครเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ยาสีฟันสมุนไพรและน้ำดื่ม ให้กับบริษัทโปรเกรสชั่น แอคชิฟเม้นท์ เทรดดิ้ง จำกัด แล้วถูกยกเลิกสัญญาและไม่ได้รับเงินคืน
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 มิถุนายน น.ส.อารยา รักความสุข ผอ.ฝ่ายขายและการตลาด พร้อมด้วย น.ส.ภูรี อารีเอื้อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทโปรเกรสชั่น แอคชิฟเม้นท์ เทรดดิ้ง จำกัด แถลงข่าวการดำเนินงานของบริษัท หลังถูกแจ้งความทำให้บริษัทเกิดความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง ที่โรงแรมเอทัส ลุมพินี
น.ส.อารยา ระบุว่า เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางบริษัทได้เปิดรับสมัครพรีเซนเตอร์จริงเพื่อให้สินค้าได้เป็นที่รู้จัก โดยการโพสต์สินค้าลงในโซเชียลผ่าน เฟซบุ๊คและอินสตาแกรมวันละ 2 ครั้ง และมีการเรียกเก็บค่าประกันสินค้า เพราะป้องกันความเสียหาย ไม่ใช่การเอาเงินมาลงทุน แต่ต่อมาจากการตรวจสอบผลประกอบการ พบว่ายอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ แม้ว่าจะมีการโพสต์ภาพลงในโซเชียลมากขึ้นก็ตาม ดังนั้นทางคณะกรรมการได้มีการประชุมปรับเปลี่ยนการทำการตลาด โดยให้เป็นไปตามแนวทางที่ได้ประชุม จึงขอให้พรีเซนเตอร์ได้ขายสินค้าด้วย ซึ่งมีพรีเซนเตอร์บางคนไม่เห็นด้วย ต่อมาที่ประชุมผู้บริหารมีมติยกเลิกพรีเซนเตอร์แต่ให้มาขายสินค้าแทน
ด้านน.ส.ภูรี กล่าวว่า ที่ผ่านมายอดขายของพรีเซนเตอร์ไม่เป็นไปตามเป้า ทางบริษัทจึงมีมติยกเลิกระบบพรีเซนเตอร์ทั้งหมด และจะดำเนินการจ่ายเงินค่าประกันคืนพร้อมเงินที่ค้าง รวมถึงเงินค่าทำงานที่เกินมาตามจำนวนวันให้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นจำนวนเงินมาก ทางบริษัทจึงขอรวบรวมเงินและสั่งจ่ายเป็นเช็คล่วงหน้า 45 วันโดยให้พรีเซ็นเตอร์ทุกคนสามารถนำเช็คไปเรียกเก็บธนาคารได้ตามกำหนดเวลาคือวันที่ 12 ก.ค.
"ทางบริษัทได้มีการสั่งจ่ายเช็คให้กับพรีเซนเตอร์ทั้งหมดที่สั่งเลิกแล้ว 800 ฉบับ จำนวนเงิน 28 ล้านบาท ซึ่งมีบางส่วนมารับไปแล้ว และมีบางส่วนที่ไม่ยินยอมต้องการที่จะรับเป็นเงินสด โดยหลังจากนี้ทางบริษัทจะให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานดำเนินการ และอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเอาผิดกับบุคคลที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เบื้องต้นจะมีการนัดเจรจาอีกครั้งกลับกลุ่มพรีเซนเตอร์ที่มีปัญหา ทั้งนี้ทางบริษัท ยืนยันว่า การดำเนินการของบริษัทนั้น ถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอด ยืนยันไม่มีการข่มขู่ผ่านทางไลน์ แต่อย่างใด" น.ส.ภูรี กล่าว





