หญิงชาวนาบุรีรัมย์เตรียมนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีครูสาว หลังยืมเงินกว่า 4 แสน อ้างเดือดร้อนนาน 3 ปีไม่ใช้คืน
(6 มิ.ย.60) เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เรียกนางมาลัยวรรณ สงประโคน อายุ 37 ปี ชาวนาบ้านราษฏรพัฒนา ต.เมืองยาง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ และ น.ส.สุฤทัย (สงวนนามสกุล) ข้าราชการครู ร.ร.แห่งหนึ่งใน อ.ชำนิ เข้ามาไกล่เกลี่ยเป็นครั้งที่ 4 หลังจากนางมาลัยวรรณ หญิงชาวนา ได้เข้าร้องเรียนว่า น.ส.สุฤทัย ข้าราชครูคนดังกล่าว ได้หลอกยืมเงินไปกว่า 4 แสนบาท ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงขณะนี้เป็นเวลานานกว่า 3 ปี โดยครูสาวคนดังกล่าวอ้างว่าเดือดร้อนมีความจำเป็นต้องใช้เงิน ด้วยความที่รู้จักคุ้นเคย เนื่องจากอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน และเห็นว่ามีตำแหน่งเป็นถึงข้าราชการครูจึงไว้เนื้อเชื่อใจ และสงสารที่กำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน แต่เนื่องจากเงินสดที่เก็บสะสมจากการทำไร่ทำนาไม่พอที่จะให้ยืม ด้วยใจซื่อจึงนำรถไถนาไปเข้าไฟแนนซ์ , นำทองหนัก 3 บาท และ 2 บาทไปจำนำ เพื่อนำเงินมาให้ น.ส.สุฤทัย ข้าราชการครูยืม โดยครูรับปากจะกู้เงินสหกรณ์มาชดใช้คืนให้ทั้งหมดในวันที่ 31 ต.ค.2558
ทั้งได้มีการทำสัญญากู้ยืมไว้เป็นหลักฐานด้วย แต่จนถึงขณะนี้เวลาผ่านไปนานกว่า 3 ปีแล้ว กลับไม่ยอมนำเงินมาชดใช้คืนให้ตามที่ทำสัญญากู้ยืมกันไว้ เมื่อไปสอบถามก็หลบเลี่ยงบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด
นางมาลัยวรรณ ผู้เสียหาย บอกว่า หลังจากไปติดตามทวงถามเงินจากครูสาวคนดังกล่าวหลายครั้ง แต่ถูกบ่ายเงินอ้างโน้นอ้างนี้มาโดยตลอด ทำให้ตนเองและครอบครัวต้องแบกรับภาระที่ต้องชำระหนี้ไฟแนนซ์พร้อมดอกเบี้ยที่นำรถไฟไปจำนำ ทั้งต้องนำเงินไปไถ่ถอนทองที่จำนำไว้ด้วย สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก จึงได้เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมให้ช่วยเหลือ ซึ่งที่ผ่านมาทางศูนย์ดำรงธรรมก็ได้เรียกครูมาไกล่เกลี่ยและมีการทำบันทึกถึง 3 ครั้งแล้ว และ น.ส.สุฤทัย ก็ยอมเซ็นรับสภาพหนี้พร้อมรับปากจะผ่อนชำระเงินคืนให้ต่อหน้า จนท.ศูนย์ดำรงธรรม แต่ก็ยังเบี้ยวไม่ยอมจ่ายหนี้คืน และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว ที่มีการไกล่เกลี่ย หากครูยังเบี้ยวอีก ก็จะนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




