สลดเศร้า! แม่ยินยอมให้พ่อนำศพ "สามเณรปลื้ม" กลับภูมิลำเนาแล้ว หลังเกิดการแย่งศพในลานวัด ขณะที่ตำรวจไล่อายัดบัญชีเงินฝากของผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังจากวานนี้นางกัลยา ทิมกระโทก มารดาของสามเณรปลื้ม หรือศุภโชค เอกเกียรติกุล มาดักรอแย่งศพสามเณรในขณะที่นายชวน เอกเกียรติกุล บิดาของสามเณรนำศพกลับมาจากการชันสูตรที่ศูนย์นิติเวช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนำศพมาแวะที่วัดวังตะวันตก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อประกอบพิธีเรียกวิญญาณกลับบ้านไปพร้อมกับศพเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อฝ่ายมารดาเข้ากระชากแย่งศพลงมาจากรถของหน่วยกู้ภัย
จนเจ้าหน้าที่ต้องเชิญตัวทั้งคู่ไปสงบสติอารมณ์และไกล่เกลี่ยที่สภ.เมืองนครศรีธรรมราช กว่า 3 ชม. ขณะที่ศพของสามเณรปลื้มได้รับการสวดอภิธรรมเป็นคืนแรกที่วัด โดยพระครูพรหมเขตคณารักษ์ รักการเจ้าอาวาสที่เพิ่งได้รับการแต่งใหม่ให้การช่วยเหลือในการสวดศพภายในศาลาการเปรียญของวัด แต่ในที่สุดทั้งนายชวน และนางกัลยา สามารถตกลงกันได้นางกัลยายินยอมที่จะให้นายชวนนำศพของสามเณรกลับไปยังภูมิลำเนาได้
ส่วนภายในวัดล่าสุดนั้น พระครูพรหมเขตคณารักษ์ รักษาการเจ้าอาวาส ได้เปิดพื้นที่วัดทั้งหมดให้ญาติโยมเข้ามาใช้พื้นที่จอดรถได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จนกว่าจะมีคณะกรรมการวัดและข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาทุกอย่างภายในวัดให้แล้วเสร็จ เช่นเดียวกับพื้นที่แผงพระเครื่องที่อยู่ในระหว่างการสอบทานข้อมูลด้านต่างๆ เนื่องจากภายในวัดไม่มีเอกสารใดๆหลงเหลือ รวมทั้งบัญชีเงินฝากธนาคาร
ขณะที่ความคืบหน้าในการดำเนินการสอบสวน พลตำรวจตรีวันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ทีมสืบสวนสอบสวนเข้าสืบสวนเส้นทางการเงินของนางสาวปิยฉัตร อรุณสกุล หรือบิว และนายเด่นชัย ภูมินิยม สองสามีภรรยาที่ตกเป็นผู้ต้องฆาตกรรมสามเณรในขณะนี้ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องซึ่งขณะนี้สามารถอายัดบัญชีของทั้งคู่ไว้ก่อนแล้วมีวงเงินหมุนเวียนอยู่ในบัญชีหลายล้านบาท
โดยต้องสอบสวนว่าเงินจำนวนนี้ผู้ต้องหาได้มาอย่างไร เกี่ยวข้องกับวัดหรือไม่ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดทรัพย์เพื่อนำส่งคืนวัด ส่วนการยื่นประกันตัวของผู้ต้องหานั้นปรากฏว่าศาลได้พิจารณายกคำร้องทำให้ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายถูกนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน




