"ทนายสงกานต์" ถามดังๆ กรณี "น้องนุ๊ก" ตกเป็นเหยื่อ15ปีปมตรวจเชื้อHIV ใครต้องรับผิดชอบ?
นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ได้แพร่ภาพสดผ่านเฟซบุ๊ค เปิดโปงคดีเหยื่อHIV ระบุว่า เรื่องราวของน้องนุ๊กที่ถูกกล่าวหาว่าติดเชื้อเอชไอวี ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า20ปี เป็นที่กล่าวขานของประชาชนและในแวดวงทางการแพทย์ตลอดจนข้าราชการในหน่วยงานของรัฐต่างๆ ตลอดจนการติดตามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของตัวบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบในคดีนี้อย่างเป็นรูปธรรม
เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหลายประเด็น ดังต่อไปนี้
ข้อ1.เกิดจากความประมาทอย่างร้ายแรงหรือไม่ของจนท.ห้องปฏิบัติการ หรือแพทย์ที่ระบุผลตรวจออกมาว่า น้องนุ๊กติดเชื้อเอชไอวี(HIV)ใช่หรือไม่
ข้อ2.หรือผลการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยเด็กจนถึงประมาณปี2555แล้วไม่พบเชื้อเอชไอวี(HIV)จากสภากาชาดไทยและตรวจล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา
ข้อ3.ถ้าสมมติเป็นกรณีเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงตามข้อ1.นั้น น้องนุ๊กต้องรับยาซีดีโฟร์ (CD4) และยาต่อต้านอื่นๆ เพื่อต่อต้านเชื้อไวรัสมาอย่างยาวนานกว่า15ปีแล้วผลกระทบจากการรับยาที่เกิดขึ้น เช่นเกิดต่อตับหรือต่อไตนั้ นในอนาคตสมมติถ้ามีการรักษาโดยการฟอกไตผู้ใดจะรับผิดชอบ
น้องนุ๊กมีประวัติดังต่อไปนี้ บิดาเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อ (เอสไอวี) และมารดาเสียชีวิตจากโรคภูมิแพ้อย่างร้ายแรง หรือโรคพุ่มพวง
น้องนุ๊กต้องเสียโอกาสตั้งแต่วัยเยาว์8ปี เพื่อนฝูงรังเกียจมากและญาติพี่น้องต้องย้ายถิ่นที่อยู่จากที่คนตราหน้าว่าติดเชื้อทั้งตำบลทั้งอำเภอ เขารู้กันหมดว่าติเชื้อHIVก็ต้องย้ายถิ่นที่อยู่ออกจากภูมิลำเนาร้อยเอ็ด โดยระเห็ดมาอยู่ที่สมุทรปราการ
และเมื่อผลการตรวจของสภากาชาดไทยในปี 2555 และล่าสุดปี2559 ว่าไม่มีเชื้อเอชไอวี(HIV) อันเป็นการชุบชีวิตใหม่ให้น้องนุ๊ก เขาจึงต้องมาทวงคืนความยุติธรรมและเรียกร้องสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตคืนกลับมาจากการถูกประณามและตราหน้าว่าเป็นเอชไอวี(HiV) อีกไม่กี่ชั่วโมงนับแต่นี้จะได้พบกับผู้อำนวยการสภากาชาดไทย,คณะแพทย์และปลัดกระทรวสาธารณสุข แต่ยังไม่มีเสียงและสัญญาณตอบรับจากเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการและแพทย์รวมทั้งโรงพยาบาลที่ได้ทำการวินิจฉัยว่าติดเชื้อเอชไอวี(HIV)แต่อย่างใด?




