"วศิน" สำนึกผิดกราบขมาแม่และยาย "น้องแอ๋ม" บอกห้ามแล้วไม่คิดจะเลยเถิด ส่วนแม่บอกไม่อาฆาต เพื่อให้ลูกไปสงบ หลังฝันว่าลูกให้อโหสิกรรม
ที่ สภ.เขาสวนกวาง นายวศิน นามพรม ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่า นางสาววริศรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง ได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อกราบขอขมานางสายรุ้ง กลิ่นจุ้ย และนางสำราญ เพลียแก่น อายุ67ปี แม่และยายของน้องแอ๋ม ซึ่งเจ้าหน้าที่พนักงาสอบสวน พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ สุวรรณราษฎร์ รองผกก.ฯ ได้อนุญาตหลังจากได้พูดคุยกับครอบครัวของน้องแอ๋มจะไม่มีการทำร้ายร่างกาย ซึ่งแม่กับยายก็ยินดี ส่วนนายชาติ คำเพ็งใจ ผู้เป็นบิดา ปฏิเสธที่จะให้กราบเนื่องจากเกรงว่าจะบันดาลโทสะ ได้ ถ้าหากพบกันซึ่งหน้า จึงนั่งรอข้างนอก
เมื่อนายวศินได้เข้านั่งต่อหน้าแม่และยาย ได้ยกมือไหว้พูดว่า “ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ ไม่รู้จริงๆว่าทุกอย่างจะเลวร้ายอย่างนี้ พร้อมบอกว่า สำนึกผิด ไม่รู้จักกันมาก่อนเพิ่งเคยครั้งแรกเมื่อวันเกิดเหตุ ได้ห้ามแล้วแต่เรื่องก็เลยเถิด ตกลงกันว่าจะแค่เอาไปปล่อยไว้ไกลๆ เท่านั้น” ซึ่งนางสายรุ้งได้พูดว่า หัวอกของคนเป็นแม่ แค่ลูกเจ็บก็เจ็บแทนแล้ว อยากรู้ว่าน้องมีเหตุผลอะไรร้ายแรงขนาดนั้นทำไมไม่คิดจะห้าม เป็นผู้ชายถ้าตั้งใจช่วยก็คงช่วยได้คงจะไม่มีจุดจบแบบนี้ จากนั้นนายวศินได้ก้มกราบและเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนก่อนที่จะได้มีการฝากขังในวันที่ 1มิ.ย. 60
นางสายรุ้งได้พูดขอร้องสื่อก่อนเดินทางกลับว่า “ขอให้อย่าเรียกน้องแอ๋มว่าเป็นสาวคาราโอเกะ เพราะลูกสาวไม่ได้เป็นสาวคาราโอเกะ แต่เป็นพนักงานต้อนรับให้กับโรงแรมที่มีชื่อเสียง อยากให้เก็บภาพดีของลูกเอาไว้เพราะแม้แต่ภาพที่ทางข่าวไม่ดูเลยไม่อยากเห็นภาพที่ไม่สวยของลูก”
ซึ่งนางสายรุ้ง พร้อมครอบครัวได้เดินทางมาพบแพทย์เพื่อตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และเดินมาที่หลุมฝังศพ เพื่อจะดูการทำแผน แต่ไม่ทัน จึงได้กอบเก็บเอาดินจากหลุมโดยได้บอกว่าจะเอาน้องแอ๋มกลับไปอยู่บ้านและอยู่กับแม่ตลอดเวลา และได้ให้สัมภาษณ์ที่บริเวณใกล้จุดฝังร่างน้องแอ๋มว่า อยากให้คนที่ทำผิดต่อน้องแอ๋มกลับเนื้อกลับตัวยอมรับผิด อย่าวิ่งหนีกรรมที่ก่อเอาไว้ ไม่ผูกใจเจ็บเพราะก่อนหน้านี้น้องแอ๋มได้มาเข้าฝันว่าให้แม่อโหสิกรรม อย่าอาฆาตแค้น แม่ก็ให้อภัย แต่กฎหมายก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
อยากให้วิญญาณของน้องไปสงบหลังจากนี้แม่จะบวชให้น้อง แม่สัญญากับแอ๋มตลอดว่าแม่จะบวช แอ๋มอยากให้แม่บวชแม่จะได้พ้นทุกข์ เหมือนแม่มีเจ้ากรรมนายเวรตามตลอด แม่จะปรับทุกข์กับลูก เราเหมือนพี่กับน้อง เรามีอะไรก็คุยกัน แต่เรื่องนี้แม่ไม่รู้เพื่อนชื่ออะไรไม่เคยซัก แม่เคารพความเป็นส่วนตัวกัน แต่รู้ว่าต้องเป็นเพื่อนสนิทเป็นเพื่อนรักเคยทำงานด้วยกัน แต่ล่าสุดไม่รู้ว่าแอ๋มทำงานที่ไหน แต่ก่อนแต่งงานแอ๋มทำงานที่ขอนแก่น และเพื่อนสนิทกันไม่กี่คน คนรู้ดีที่สุดคือป๊อปปี้ จะรู้ว่าเพื่อนแอ๋มชื่ออะไรบ้าง
และยังบอกด้วยน้ำตาอีกว่า พูดกับลูกตลอดว่าแม่ดูแลแอ๋มไม่ดี เป็นความผิดของแม่ที่ทำให้แอ๋มต้องมาหางานทำเอง แต่แอ๋มก็บอกว่าแม่ไม่ต้องโทษแม่ หนูอยากทำเองหนูอยากมีเงิน อยากให้แม่สบาย แอ๋มเป็นเด็กดี ไปไหนก็มีคนรักแต่เขามองคนผิดเขาคิดว่าคนอื่นจะหวังดีกับเขา ขนาดตายแล้วยังบอกว่าให้อโหสิอย่าไปโกรธแค้น แต่แม่ก็เชื่อว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เชื่อว่ากฎหมายไทยศักดิ์ สิทธิ์ คนที่ทำกับลูกขนาดนี้ได้ แค่ตายเฉยก็รับไม่ได้ ต้องมาทำในสภาพอย่างนี้รูปทุกรูปดูไม่ได้ แม่อยากเก็บภาพสวยๆของแอ๋มไว้
ครั้งนี้น้องแอ๋มบอกว่าจะไปไม่นาน คุยกับแฟนชื่อสืบตกลงกันว่าให้เวลาสามเดือน ถ้าไม่ดีขึ้นถ้าแอ๋มยังขอตังค์แฟนใช้อยู่ก็จะกลับคืนมา แฟนคนนี้รักน้องมาก เป็นคนดี เลยหาให้แต่งกัน ดูแลแอ๋ม รถก็ซื้อให้ ทุกครั้งที่คุยกันก็ดีกัน ลูกเขยดีมากดูแลแอ๋มดีมาก คิดว่าตอนนี้เขาก็คงเสียใจไม่ต่างกับแม่ ทุกครั้งมีปัญหาแอ๋มจะโทรหาพี่เขาทุกครั้ง
และยังย้ำอีกว่า ตอนนี้คิดว่าแอ๋มยังอยู่กับตลอด จะเข้มแข็งเพื่อแอ๋ม อยากบอกลูกว่า ลูกไม่ต้องห่วงแม่หลับให้สบาย จะเข้มแข็งเพื่อลูก ถ้ามีบุญจริงขอให้ได้อยู่ด้วยกันอีกไม่ว่าจะชาติหรือชาติไหน ขอโทษด้วยที่ปกป้องลูกไม่ได้
ส่วนเรื่องการดำเนินคดี พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ สุวรรณราษฎร์ รองผกก.ฯ พนักงานสอบสวนได้เปิดเผยว่า กรณีของนางสาวจิดารัตน์ พรมคุณ ได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว ซึ่งมีทนายเข้าร่วมรับฟังด้วย และวันนี้ได้นำตัวไปฝากขัง ส่วนการประกันตัวเป็นสิทธิ์ของเจ้าตัวที่จะดำเนินการซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่คัดค้าน เนื่องจากการสอบปากคำตรงกับพยานหลักฐานที่พบ ซึ่งขึ้นการพิจารณาของศาล ส่วนนายวศิน ทางเจ้าหน้าที่ก็คงจะคัดค้านการประกันถ้าหากมีการยื่นขอ





