วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปท.สอบถนนทางหลวง ทำน้ำท่วมชาวบ้านป่วยโรคฉี่หนู

ปปท.เขต 4 ขอนแก่น พร้อมคณะกรรมการธรรมภิบาล ลงพื้นที่ตรวจโครงการก่อสร้างขยายทางจราจร ของแขวงทางหลวง งบประมาณ 26 ล้านบาท หลังผู้รับเหมาดำเนินการ สร้างนานข้ามปีแต่ไม่แล้วเสร็จ

ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม มีหลุมลึก ชาวบ้านและผู้สัญจรผ่านไปมาเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และป่วยเป็นโรคฉี่หนู

จากกรณีคณะกรรมการศูนย์ประสานงาน เครือข่ายภาคประชาสังคมในการป้องกันการทุจริต จ.กาฬสินธุ์ สังกัด ปปท. เขต 4 ขอนแก่น พร้อมด้วย คณะกรรมการธรรมภิบาล จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกมลาไสย รับฟังปัญหาความเดือดร้อน ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการขยายทางจราจร โครงการตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งดำเนินการรับผิดชอบโดยแขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ สำนักงานทางหลวงที่ 8 กรมทางหลวง งบประมาณ 26,584,000 บาท ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร ซึ่งมีผู้รับจ้างคือบริษัทนิลธาร จำกัด และเริ่มต้นสัญญาวันที่ 30 มีนาคม 2559 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 25 กันยายน 2559

แต่ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างมานานถึง 1 ปี กับอีกว่า 2 เดือน และสิ้นสุดสัญญาการก่อสร้างมานานกว่า 9 เดือนแล้วยังไม่แล้วเสร็จ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์หลายร้อยครัวเรือนเดือนร้อนอย่างหนัก เนื่องจากต้องประสบปัญหาน้ำท่วมขัง ฝุ่นละออง ล้มป่วยเป็นโรคฉี่หนู โรคปอด โรคภูมิแพ้ และการก่อสร้างที่ยืดเยื้อยังทำให้รถเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ปปท.สตง.คณะกรรมการธรรมาภิบาล และพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ตลอดจนเรียกร้องให้แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการแสดงความรับผิดชอบ

นางสาวญาณัชชา นนทจันทร์ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกัน ปปท.เขต 4 ขอนแก่น นายชาญยุทธ โคตะนนท์ รองประธานธรรมาภิบาล ติดตามรับฟังปัญหาจากประชาชน ที่ได้รับผลกระทบและตรวจสอบการก่อสร้างถนน หลังจากก่อนหน้านี้ลงพื้นที่ และแจ้งให้แขวงทางหลวงดำเนินการแก้ไขแล้วกลับไม่มีความคืบหน้า โดยมีตัวแทนสถานศึกษา โรงพยาบาล ผู้นำชุมชน พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้ข้อมูล อย่างไรก็ตามการเข้ารับฟังปัญหาครั้งนี้ทางสำนักงานแขวงทวงหลวงกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ ดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ได้ส่งช่างผู้ควบคุมงานและหัวหน้าหมวดทางหลวงร่องคำเข้าร่วมรับฟังปัญหาเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านเกิดความท้อใจกับคณะผู้บริหารของแขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ เพราะนายช่างไม่ใช่ผู้บริหารจึงไม่มีอำนาจตัดสินใจ จึงทำให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไม่มีความชัดเจน และเหมือนกับไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความสำคัญในความเดือดร้อนของประชาชน

นายสมพร ศรีขอดเขต ครูโรงเรียนกมลาไสย กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านทั้งอำเภอและนักเรียน 2 พันกว่าคนเดือดร้อนอย่างหนัก ตั้งแต่สี่แยกไฟแดงโรงเรียนพิพัฒราษฎร์บำรุง และตลาดสดกมลาไสย  สิ้นสุดบ้านน้ำจั้น ถือเป็นเส้นทางหลักท่องเที่ยว โดยตลอดระยะทางการก่อสร้าง 1.8 กิโลเมตรผู้รับเหมามีการขุดคลองวางระบายน้ำ นำท่อขนาดใหญ่มาวางไว้ริมถนน มีสายไฟพันกันยุ่งเหยิง ส่งผลให้นักเรียนที่เดินทางไปโรงเรียน ผู้ป่วยที่เข้ารักษาในโรงพยาบาล ตลอดจนประชาชนและผู้ที่สัญจรผ่านไปมาเดือนร้อนอย่างหนัก

นางเอมอร อ่อนศรี อายุ 60 ปี ชาวบ้านดอนสวรรค์ ต.กมลาไสย อ.สมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากมีการก่อสร้างถนนแล้วทิ้งงานไป ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก เพราะนอกจากจะประสบกับน้ำท่วมแล้ว คลองน้ำยังทำให้แหล่งเชื้อโรค พร้อมอ้างว่ามีชาวบ้านล้มป่วยเป็นโรคฉี่หนู โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคปอดหลายราย  ถือว่าไม่เอาใจใส่ความเดือดร้อนของประชาชน

ด้านนางสาวพิทยา ศรีภาบุญ นายช่างโยธาชำนาญงาน ซึ่งเป็นผู้ควบคุมงาน กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการเกินสัญญามาแล้ว 9 เดือน ทั้งนี้เดิมงบประมาณในการก่อสร้างเริ่มแรกประมาณ 35 ล้านบาท ซึ่งบริษัทนิลธารชนะการประมูลระบบอีบิดดิ้งในราคา 26,584,000 บาท และเบิกเงินไปแล้ว 2.3 ล้านบาท และมีค่าปรับประมาณ 7 ล้านบาท สำหรับปัญหาการดำเนินการก่อสร้างดังกล่าวที่ล่าช้านั้น เริ่มแต่ต้นเนื่องจากติดปัญหาสาธารณูปโภค ทั้งระบบไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ที่อยู่ริมถนน และเมื่อเจ้าหน้าที่จัดการเรื่องดังกล่าวให้แล้ว ทางผู้รับจ้างคือบริษัทนิลธาร จำกัด เกิดปัญหาสภาพคล่อง ติดขัดปัญหาด้านการเงิน จนปัจจุบันไม่ดำเนินการใดๆ ซึ่งขณะนี้แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ได้ส่งเรื่องไปยังกรมทางหลวงเพื่อพิจารณาบอกเลิกสัญญาแล้ว

ขณะที่นางสาวญาณัชชา นนทจันทร์ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 4 ขอนแก่น กล่าวว่า เบื้องต้นเป็นการเข้ามารับทราบปัญหาและติดตามปัญหาที่เกิดขึ้น พบว่าเป็นการดำเนินการที่ล่าช้า ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่แขวงระบุว่า เนื่องจากผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง และติดปัญหาสาธารณูปโภคจนระยะหลังไม่ได้เข้ามาดำเนินการ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อรายงานไปยังเลขาธิการปปท.ก่อนที่จะรับเป็นเลขคดีตรวจสอบต่อไป