สถานการณ์น้ำฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสม ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ และแหล่งเก็บน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มปริมาณสูงขึ้น
ชาวนาบ้านหนองคู 3 หมู่บ้านกว่า 1,000 ครอบครัว ต.หนองคู อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ได้รับความเดือดร้อนจากฝายห้วยยาง บ้านหนองคู ที่แตกเสียหายมาตั้งแต่ช่วงฤดูฝน ปี 2559 จนไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ เคยหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและที่นาชาวบ้านได้รับความเสียหาย มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาสำรวจ โดยเจ้าหน้าที่รับปากว่า จะเร่งลงมาแก้ไขดำเนินการซ่อมแซม จนถึงปี 60 ยังไม่มีการซ่อมแซมแต่อย่างใด ทำให้ปีนี้ชาวบ้านต้องประสบปัญหาซ้ำซาก เนื่องจากปริมาณน้ำได้ท่วมที่นา ทำให้ข้าวได้รับความเสียหาย
ตัวแทนชาวบ้านหนองคูรายหนึ่ง บอกว่า ชาวบ้านกำลังได้รับความเดือดร้อน จากน้ำหลากออกมาจากฝายแตกพังเสียหายมานานข้ามปี เพราะน้ำได้หลากเข้าท่วมที่นาของชาวบ้านที่ได้หว่านข้าวไว้และกำลังงอกจะยืนต้น ทำให้ต้นข้าวเน่าตายเสียหายเป็นวงกว้าง ต้องการให้หน่วยยงานรับที่เคยรับปากลงพื้นที่มาดำเนินการแก้ไขทันที
นายสมเพส มูลศรีอายุ 57 ปีหนึ่งในตัวแทนกลุ่มชาวนาต.หนองคู กล่าวว่าฝายกั้นน้ำแห่งนี้รับต้นน้ำมาจากอำเภอแก้งคร้อไหลผ่านมาต่อที่เขต ต.หนองคูอำเภอบ้านแท่นและจะไหลต่อไปเชื่อมลงเขื่อนอุบลรัตน์ ในจังหวัดขอนแก่นซึ่งเกือบทุกปีบริเวณนี้คันคูจะพังทลาย น้ำจะหลากเข้าท่วมที่นาชาวบ้านซ้ำซากมาตลอดใน 3 หมู่บ้าน ซึ่งภาครัฐก็เคยรับปากไว้แล้วนานข้ามปีจนมาปีนี้ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ซึ่งในส่วนที่นาของตนเองและญาติพี่น้องที่มาปลูกข้าวในจุดนี้ตอนนี้ก็ถูกน้ำท่วมนาข้าวที่หว่านไว้ จนข้าวเน่าเสียหายอีกทั้งหมดกว่า 40 ไร่แล้วและเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เตรียมไว้ก็หมดแล้ว ถ้าจะหว่านอีกก็ต้องไปหาซื้อเมล็ดพันธุ์ ซึ่งก็ไม่มีเงินทุนเพราะราคาพันธ์ข้าวคุณภาพดีๆ ราคาสูงกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัม จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจังและให้เกิดความถาวรเสียที
ด้านนายชัยณรงค์ วัฒนก้านตง นายกอบต ตำบลหนองคู กล่าวว่า ทาง อบต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตั้งงบประมาณซ่อมแซมไว้แล้วกว่า 5 แสนบาท อยู่ระหว่างการสอบราคาและทำสัญญาจ้างกับผู้รับเหมา ที่จะเข้ามาเริ่มงานได้ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.พ.ค.-25 ก.ค.ระยะเวลา 60 วัน
ขณะที่ด้านนายชูศักดิ์ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้มีคำสั่งจังหวัดแจ้งไปยังทุกอำเภอใน 16 อำเภอเร่งประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เร่งดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำตามลำห้วย ประตูระบายน้ำในลำน้ำต่าง ๆ ซ่อมแซมท่อระบายน้ำที่ชำรุด ขุดลอกร่องน้ำเพื่อให้น้ำระบายได้สะดวกมายิ่งขึ้น เพื่อเตรียมที่จะรับมือการเกิดปัญหาน้ำท่วมในปีนี้เป็นการด่วนด้วยอีกทาง หลังตลอดช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จ.ชัยภูมิ มีปริมาณน้ำฝนตกสะสมสูงเกิน 100 มม.เป็นจำนวนมาก ทำให้มีปริมาณน้ำตามแหล่งเก็บกักทั้งเขื่อน อ่างเก็บน้ำขนาดกลางต่างๆที่มีทั้งหมดในจังหวัดชัยภูมิ รวมกว่า 13 แห่ง ใกล้เต็มเกือบ 100% ทั้งหมดแล้ว และหากมีฝนตกลงมาต่อเนื่องเกิน 100 มม.ในทุกพื้นที่ของจังหวัดก็เสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ จึงต้องวางมาตรการเตรียมรับมือน้ำท่วม เนื่องจากคาดว่าปีนี้จ.ชัยภูมิเสี่ยงเกิดน้ำท่วมหนักและยาวนานกว่าทุกปี




