วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'แพะ'อโหสิกรรมเตรียมพบบิ๊กตู่ 30 พ.ค.นี้

"แพะซ้ำซ้อน" อโหสิกรรมให้ทุกคนไม่อยากตอบโต้หรือสร้างกรรมต่อ เตรียมเดินทางพบนายกฯ 30 พ.ค.นี้ พร้อมหาเวลาบวชให้เจ้ากรรมนายเวร

สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ดุษฏี อารยะวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาร่วมปล่อยตัว นายวรวิทย์ สินทองน้อย อายุ 32 ปี ชาวบ้านเมืองใหม่ ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ซึ่งตกเป็น “แพะ” แบบซ้ำซ้อนถึง 2 คดี ทั้งร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายและบงการค้ายาเสพติดจากในคุก ขณะถูกจองจำ ทำให้ต้องสูญเสียอิสรภาพนานถึง 7 ปี

โดยคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นศาลชั้นต้นตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต แต่ศาลฎีกาได้ยกฟ้องเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 เพราะเชื่อตามหลักฐานด้านวิทยาศาสตร์ของนายประสพ ธงธวัช ผู้เชี่ยวชาญด้านวิถีกระสุนและระยะการยิงจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ที่ได้ลงมาจำลองเหตุการณ์ จึงไปขัดแย้งกับคำเบิกความของพยานฝ่ายพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ ศาลฎีกา จึงให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมร่วมกันทั้งหมด 5 คน

ส่วนอีก 1 ราย คือ นายไชยยันต์ สุนันทา ยังถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำ เนื่องจากไม่ได้ร่วมยื่นฎีกากับกลุ่มเพื่อน และขณะนี้ DSI อยู่ระหว่างขอเสนอหลักฐานใหม่ต่อศาล เพื่อขอให้มีการรื้อฟื้นคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายมาพิจารณาอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือนายไชยยันต์ให้พ้นจากข้อหา

ส่วนคดีร่วมกันสมคบคิดกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยใช้โทรศัพท์บงการให้มีการซื้อขายจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเดชอุดม ทั้งที่ยังถูกจองจำอยู่ในเรือนกลางจังหวัดอุบลราชธานี ตามคำซัดทอดของผู้ต้องหาเมื่อปี 2556 ทำให้นายวรวิทย์ถูกอายัดตัวไว้ดำเนินคดีต่อ โดยไม่ได้รับการปล่อยตัวพร้อมเพื่อนชุดเดียวกันเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2559

ต่อมาทนายความและเจ้าหน้าที่ DSI ได้เข้ามาร่วมสอบสวนและนำพยานหลักฐานจากการสืบเสาะ โดยนำผู้บัญชาการเรือนจำและผู้คุมในเรือนจำมาเบิกความว่าเรือนจำกลางอุบลราชธานี เป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูง มีอุปกรณ์ใช้ตัดสัญญาณการใช้โทรศัพท์ จึงเป็นไปไม่ได้ที่นายวรวิทย์จะสั่งการให้มีการค้ายาเสพติดออกมาจากเรือนจำได้

รวมทั้งระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ หรือก่อนที่นายวรวิทย์จะถูกจำคุก ไม่มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับคดียาเสพติดมาก่อน ศาลจังหวัดเดชอุดมจึงได้สั่งยกฟ้อง

ความคืบหน้าวันนี้ ที่ร้านดาราพรท่อไอเสีย ตั้งอยู่ถนนเดชอุดม-น้ำยืน บ้านเมืองใหม่ ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม นายวรวิทย์ ต้องคอยต้อนรับเพื่อนบ้าน คุณครูที่เคยสอนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้น และญาติผู้ใหญ่ในอำเภอที่ทราบเรื่องการปล่อยตัวมาเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจ โดยขอให้นายวรวิทย์ ลืมเหตุการณ์ร้ายๆ และกลับมาตั้งหน้าตั้งตาประกอบอาชีพช่างทำท่อไอเสียรถยนต์ ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของครอบครัวมานานกว่า 30 ปี ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ DSI ได้เดินทางมาพบ เพื่อให้นายวรวิทย์และเพื่อนที่ตกเป็นแพะในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นตาย เดินทางเข้าไปพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในวันอังคารที่ 30 พ.ค.นี้ด้วย

ด้านนายวรวิทย์ ซึ่งได้เดินสำรวจดูสภาพร้านทำท่อไอเสีย ที่ได้รับสืบทอดมาจากนายวันชัย สินทองน้อย อายุ 60 ปี บิดาที่ปัจจุบันมีอาการป่วยไม่สามารถรับซ่อมท่อไอเสียที่ทำมานานกว่า 30 ปีได้แล้ว โดยนายวรวิทย์ เล่าว่า เริ่มรับสืบทอดเป็นช่างทำท่อไอเสียรถยนต์มาตั้งแต่อายุได้ 13 ปี โดยมีนายวันชัยผู้เป็นบิดาเป็นผู้สอนให้ ทำให้ครอบครัวมีรายได้วันละ 3,000-5,000 บาท และต่อมาได้ไปเรียนต่อช่างเชื่อมโลหะที่วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี เมื่อจบออกมาก็มารับช่วงงานทั้งหมดจากบิดาไปทำ เพราะบิดาเริ่มอายุมากและมีโรคประจำตัว

แต่หลังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำนานถึง 7 ปี ทำให้อู่รับซ่อมเกิดความชำรุดทรุดโทรม เครื่องไม้เครื่องมือบางส่วนสูญหายไป ซึ่งต่อจากนี้ จะเริ่มทำการปรับปรุงอู่และซื้อวัสดุอุปกรณ์ช่างมาใช้รับงานซ่อมท่อไอเสีย เจริญรอยตามผู้เป็นพ่อ เพราะสงสารเมื่อเห็นพ่อต้องนั่งมองดูรถของลูกค้าที่เคยเข้ารับบริการ แต่ต้องกลับออกไป เพราะไม่สามารถซ่อมให้ได้ เนื่องจากขาดนายวรวิทย์ที่เป็นกำลังหลักไป

นายวรวิทย์ กล่าวถึงเคราะห์กรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยเฉพาะวันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องและให้ปล่อยตัวตนดีใจที่จะได้ออกไปพบหน้าคนครอบครัว ที่คอยให้กำลังใจระหว่างที่ถูกจองจำมานานถึง 6 ปี แต่จู่ๆเหมือนถูกสายฟ้าฟาด เมื่อทราบว่าพนักงานสอบสวน สภ.เดชอุดม ได้ขออายัดตัวนายวรวิทย์ไว้ดำเนินคดีต่อในข้อหาบงการให้มีการค้ายาเสพติดออกมาจากเรือน ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก

"โดยมีความรู้สึกว่า เมื่อวานเราอยู่จุดที่ต่ำที่สุดของชีวิตแล้ว และวันพรุ่งนี้จะก้าวเดินออกจากจุดที่ต่ำที่สุดขึ้นมาได้ แต่เพียงข้ามคืนเรากลับต้องตกลงไปอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดอีกครั้ง ขณะนั้นรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในชะตากรรมของชีวิต แต่ไม่คิดทำร้ายตัวเอง เพราะถ้าทำร้ายตัวเองก็เท่ากับทำร้ายคนในครอบครัวด้วย จึงเดินหน้าต่อสู้กับชีวิตต่อไป กระทั่งมีวันนี้"

ส่วนเคราะห์กรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตนไม่ต้องการไปตอบโต้หรือสร้างกรรมให้กับใครด้วยมือของตนเอง แต่หากคนที่ทำกับตนจะได้รับกรรม ก็ให้ได้รับกรรมจากผลกรรมที่คนนั้นทำขึ้นเอง ส่วนค่าชดเชยเยียวยาจากผลกระทบทีถูกจองจำอยู่นาน 7 ปี มารดาและแฟนสาวได้ทำเรื่องเสนอไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรับเงินเยียวยาช่วยเหลือตามระเบียบวันละ 400 บาท ส่วนเงินอื่นๆไม่ขอรับ และหลังจากเดินทางไปเยี่ยมขอบคุณบุคคลหลายฝ่ายที่เข้ามาช่วยเหลือตนเสร็จแล้ว ก็จะหาฤกษ์บวชให้กับเจ้ากรรมนายเวร และเดินหน้าประกอบอาชีพเป็นช่างทำท่อไอเสียรถยนต์ต่อไป