ชาวบ้านแห่ดูลูกแก้วทรงกลมใส5 ลูก ที่ขุดพบในชุมชนเก่าแก่ เชื่อใช้ในพิธีกรรมโบราณ ขณะอำเภอ วัฒนธรรม ตร.และผู้นำชุมชนรุดตรวจสอบ พร้อมเตรียมประสานกรมศิลป์ตรวจพิสูจน์
นายนิมิต ปัทมเจริญ นายอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้ จ่าเอกอานนท์ ใจภักดี ปลัดอำเภองานป้องกัน ร่วมกับ พ.ต.อ.มนต์ชัย เหลืองอุทัย ผกก.สภ.พุทไธสง นางกอบแก้ว สมบูรณ์เรศ วัฒนธรรมอำเภอพุทไสง นางสุนันท์ เต็นตารัมย์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองขาม เข้าตรวจสอบลูกแก้วทรงกลมลักษณะใส หากโดนแดดจะมีแสงประกายสะท้อนขนาดรอบ 8.20เซนติเมตร จำนวน 5 ลูก หลังจากคนงานของบริษัทรับเหมาขยายไหล่ถนนได้ขุดพบถูกฝังอยู่ใต้พื้นดินบริเวณบ้านหนองขาม ม.9ต.หายโศก อ.พุทไธสง ความลึกตั้งแต่ 300–500 เมตร พร้อมเตรียมประสานเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเข้ามาตรวจพิสูจน์ ว่าเป็นลูกแก้วชนิดใดและมีความเก่าแก่หรือไม่อย่างไร
ขณะที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงที่ทราบข่าวต่างพากันแห่มาดู และใช้มือถือถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก ขณะที่บางคนก็ขอเอาลูกแก้วมาถือ เพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะหลายคนเชื่อว่าเป็นลูกแก้วโบราณที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมในสมัยอดีตที่ผ่านมา ประกอบกับบริเวณที่มีการขุดพบลูกแก้วดังกล่าวเป็นชุมชนเก่าแก่ และอยู่ใกล้กับโบราณสถาน เช่น ปรางค์กู่สวนแตง กุฏิฤาษี และพระเจ้าใหญ่วัดหงส์ เบื้องต้นทางอำเภอจะนำลูกแก้วที่ขุดพบทั้ง5ลูก ไปเก็บรักษาไว้ที่สถานีตำรวจเพื่อความปลอดภัย เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่จากกรมศิลป์มาตรวจพิสูจน์อีกครั้ง
นายเกียรติศักดิ์ บรรจมาตย์ อายุ25ปี หนึ่งในคนงานบริษัทรับเหมาขยายไหล่ถนน เล่าว่า เมื่อช่วงวันพระที่ผ่านมามีคนงานประมาณ5–6คน ที่พบลูกแก้ว ขณะใช้รถแบล็กโฮขุดดินเพื่อขยายไหล่ถนน ซึ่งขุดพบทั้งหมด3จุดอยู่ใต้พื้นที่ประมาณ300–500เมตร แต่ละจุดห่างกัน300เมตร หากมีเจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นของโบราณหรือไม่ก็พร้อมให้ความร่วมมือ เพราะถือเป็นทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน แต่หากไม่สามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ใช่วัตถุโบราณ ก็อยากจะเก็บไว้บูชาเพราะเชื่อว่าน่าจะให้โชคลาภ
ด้านนางกอบแก้ว สมบูรณ์เรศ วัฒนธรรมอำเภอพุทไสง ระบุว่า หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการขุดพบลูกแก้วถึง5ลูก และชาวบ้านเชื่อว่าอาจจะเป็นสิ่งของโบราณเพราะพบในชุมชนเก่าแก่ใกล้กับแหล่งโบราณสถาน จึงได้มาเดินทางมาตรวจสอบร่วมกับทางอำเภอ ตำรวจ และผู้นำชุมชน ซึ่งจากการดูด้วยสายตาเบื้องต้นก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นวัตถุโบราณหรือไม่ ก็จะนำไปเก็บรวบรวมไว้ที่ สภ.พุทไธสง เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรมาตรวจพิสูจน์ให้แน่ชัดอีกครั้ง





