วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พยานยัน! รปภ.พลเมืองดีถูกทำร้าย ก่อนชักมีดแทงคู่กรณีดับ

ตำรวจคันนายาว คุมตัวรปภ.จากพลเมืองดีที่เป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย ชี้จุดเกิดเหตุ กรณีเข้าไปถ่ายภาพรถชนแล้วเกิดเรื่องวิวาทถูกทำร้ายจนบานปลาย ด้านพยานยันรปภ.ถูกทำร้ายก่อน

จากกรณีนายวันชัย พวงศรี อายุ 65 ปี รปภ.ในการเคหะออเงิน ถ.สุขาภิบาล5 ซอย 66 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. ซึ่งขณะปฎิบัติหน้าที่อยู่ระหว่างตึกที่ 9-10 พบเห็น นายคงชัย โชคสุริยา อายุ 53 ปี อาชีพขับแท๊กซี่ ขับรถถอยหลังชนกับรถกระบะที่จอดอยู่ในลานจอดของการเคหะ

จึงเป็นพลเมืองดีเข้าไปถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน หากเจ้าของรถกระบะมาสอบถาม จึงเกิดมีปากเสียงกับนายคงชัยบานปลายถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน แต่ฝ่าย รปภ.สู้ไม่ไหวจึงใช้มีดปลอกผลไม้แทงไปที่คอนายคงชัยจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา14.30น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ สว.สส.สน.คันนายนาว และพ.ต.ต.หญิง เสาวลักษณ์ สุวรรณมณี สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว ได้นำตัว นายวันชัย พวงศรี อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย จากกรณีดังกล่าว มาชี้จุดเกิดเหตุพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อประกอบสำนวน

โดยการชี้จุดเริ่มตั้งแต่ช่วงที่นายนายคงชัยผู้ตาย ถอยรถแท็กซี่ชนรถกระบะ จากนั้นนายวันชัยเข้าไปเพื่อขอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ต่อด้วยจุดที่นายคงชัยได้เข้ามาทำร้ายร่างกายนายวันชัยจนล้ม เพราะไม่พอใจที่นายวันชัยมาถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน และจุดสุดท้ายเป็นจุดที่นายวันชัยขว้ามีดปลอกผลไม้แทงนายคงชัยจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยมีญาติของผู้ตายเดินทางมาดูและถ่ายภาพวิดีโอไว้ตลอดการทำชี้จุดดังกล่าว

นายวันชัย กล่าวว่า ตนไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่านายคงชัย ตนแค่ทำตามหน้าที่เข้าไปถ่ายรูปรถที่เกิดเหตุ แต่กลับถูกนายคงชัยทำร้ายร่างกายด้วยเข้ามาเตะและต่อย มีบาดแผลที่ปากเย็บกว่า 10 เข็ม มีรอยฟกช้ำที่หน้าอก ตนต้องการที่จะป้องกันตัว จึงขว้ามีดออกมาแทงโดยไม่รู้ว่าจะไปโดนจุดสำคัญจนทำให้นายคงชัยเสียชีวิต ซึ่งหลังจากเกิดเหตุตนไม่ได้หนีไปไหน เพียงแค่เดินเข้าไปที่บ้านพักเพื่อกินยา เนื่องจากตนเป็นโรคหัวใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หัวใจเต้นเร็ว จึงต้องกินยา และรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนตัวรู้ว่า ผู้ตายพักอาศัยอยู่ที่การเคหะแห่งนี้ เพราะเคยเห็นแต่ไม่บ่อย นอกจากนี้ต้องขอโทษญาติของผู้ตายด้วย เนื่องจากตนไม่ได้ตั้งใจจริง

หลังจากชี้จุดเสร็จ ได้มี นางกิตติยา ฉาบไฮสง อายุ 50 ปี เป็นพยานในที่เกิดเหตุได้ออกมาเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนได้ยินเสียงคนทะเลาะกันจึงออกมาดู โดยเห็นว่าผู้ตายที่อยู่ในอาการมึนเมากำลังทำร้ายร่างกายนายวันชัยที่เป็น รปภ. ทั้งเตะและต่อยโดยที่นายวันชัยไม่ได้ต่อสู้ตอบ แต่ร้องออกมาว่า “อย่าทำผม ผมเพียงแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น” เมื่อเห็นดังนั้น ตนจึงตระโกนให้เพื่อนบ้านช่วย พอหันกลับมาที่เกิดเหตุอีกที่ก็พบว่าผู้ตายมีเลือดไหลอาบตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดทำร่างนายวันชัย ซึ่งมีเพื่อนผู้ตายคอยห้ามปราม

ด้าน พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า ในวันนี้(17 พ.ค.)ได้พานายวันชัยมานำชี้จุดพิสูจน์ข้อเท็จจริง ไม่ไช่ชี้จุดเพื่อประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากผู้ก่อเหตุให้การว่าไม่ได้ตั้งใจและเป็นการป้องกันตัว ทั้งนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรืองทางสาธารณะโดยไม่ทีเหตุอันควร ซึ่งหลังจากนี้ต้องทำการสอบพยานอีกหลายปาก ก่อนจะสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนนายคงชัยนั้นได้มีการแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่เนื่องจากนายคงชัยเสียชีวิตไปแล้วคดีจึงยุติลงไปด้วย