วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แน่มาก! มูลนิธิฉาวยังเปิดท้ารัฐ ให้ปชช.ใส่บาตรพระพุทธเจ้า

ไม่หวั่นกองปราบฯ! มูลนิธิฉาวไม่สนใจชาวบ้านนับ1,000คน เข้าชื่อร้องเรียนกองปราบฯถูกโกง100ล้าน แฉพฤติกรรมชักชวนประชาชนทำบุญใส่บาตรพระพุทธเจ้า อ้างไถ่ถอนพระอรหันต์ 28 พระองค์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลักจากที่ชาวบ้าน จังหวัดลำพูน เดินทางเข้าไปร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กรณีที่มูลนิธิแห่งหนึ่ง ในจังหวัดลำพูน มีพฤติกรรมการหลอกลวงขอรับบริจาคเงินจากประชาชน โดยอ้างว่าเป็นการไถ่ถอนพระอรหันต์ 28 องค์ สร้างความเสียหายจำนวน 100 ล้านบาท พร้อมนำหลักฐานเอกสารรายชื่อผู้เสียหายกว่า 1,000 ราย เข้าร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้แอบอ้างชักชวนให้หลงเชื่อมีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นเกจิอาจารย์เขียนตำนานพระพุทธประวัติฉบับพิสดาร โน้มน้าวให้ผู้คนศรัทธาบริจาคเงิน และอ้างว่าเป็นผู้มีบุญบารมีเก็บพระอรหันต์ 28 องค์ พระพุทธรูปโบราณอายุพันกว่าปีที่สิงสถิตอยู่บนดอยไซ โดยเชื่อว่าเป็นการหลอกลวงทำให้เสียทรัพย์ และเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน

นายดุสิต อารีวงศ์ ชาวบ้านจังหวัดลำพูน อดีตประธานมูลนิธิแห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนได้เดินทางเข้าไปยื่นเรื่องขอให้ทางกองปราบปรามตรวจสอบกรณีผู้ดูแลมูลนิธิฯ มีพฤติกรรมหลอกลวงขอรับบริจาคเงินจากประชาชน ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการจัดตั้งมูลนิธิได้มีพฤติกรรมหลอกลวงให้ชาวบ้านและประชาชนทั่วไปใส่บาตรพระพุทธเจ้า จนกระทั่งมีเงินซื้อเพื่อจัดตั้งมูลนิธิ และได้เชิญให้ตนเองเป็นประธานมูลนิธิเป็นคนแรก ในระหว่างทำหน้าที่ประธานมูลนิธิ

พบสิ่งผิดสังเกตเนื่องจากเงินบริจาคที่เข้ามาในมูลนิธิจะมีการจัดทำบัญชีไว้เพื่อรายงานต่อทางจังหวัดโดยดำเนินการถูกต้องทุกอย่าง แต่มีเงินที่ประชาชนนำมาใส่บาตรพระพุทธเจ้า ผู้ดูแลมูลนิธิแจ้งว่าจะบริหารจัดการเอง ไม่เกี่ยวกับมูลนิธิ

ตนเองในฐานะประธานมูลนิธิขณะนั้น เห็นว่าไม่ถูกต้องเนื่องจากเงินจำนวนดังกล่าวอยู่ในบริเวณของมูลนิธิต้องนำเข้าบัญชีให้ถูกต้อง แต่กลับไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้อง ประกอบกับพระพุทธรูปที่อ้างว่าสร้างขึ้นจากจากอัฐิเนื้อหนังของพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ อายุกว่า 1,000 ปี เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพระพุทธร่วมสมัยไม่ได้มีอายุกว่า 1,000 ปี ตามกล่าวอ้าง และมีการจ้างช่างในจังหวัดลำพูนปั้นขึ้นมาใหม่นั้น ถือเป็นการหลอกลวงประชาชน ทำให้เสียทรัพย์ เรื่องดังกล่าวจึงอยากให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ ก็ยังมีประชาชนที่หลงเชื่อเข้าไปทำบุญอยู่อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาจะมีชาวบ้านเข้ามาทำบุญนับ 1,000 คน

นอกจากนั้นยังมีพฤติกรรมหลอกลวงให้ชาวบ้านหลงเชื่อด้วยการจัดตั้งโครงการ “ร่วมด้วยช่วยกัน ติดเทอร์โบ” โดยการให้ลงทุนซื้อของเหมือนแชร์ลูกโซ่ ทำให้ชาวบ้านที่ลงทุนด้วยได้รับความเสียหายไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาท รวมกับเงินที่ชาวบ้านนำมาใส่บาตรพระพุทธเจ้าด้วยแล้ว มีมูลค่าสูงกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ได้ร้องเรียนไว้ตั้งแต่เมื่อ เดือน ธันวาคม 2558 แต่เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า จึงได้เข้าไปร้องเรียนที่กองปราบตามที่เป็นข่าวขึ้นมา จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นมหาดไทย สำนักพระพุทธศาสนา เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบความจริงให้ปรากฏและนำผู้กระทำผิดไปลงโทษตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นายวีระชัย ภู่เพียงใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า หลังจากที่ทราบข่าวว่ามีชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดลำพูน เดินทางเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีที่มูลนิธิแห่งหนึ่ง มีพฤติกรรมการหลอกลวงขอรับบริจาคเงิน โดยอ้างว่าเป็นการไถ่ถอนพระอรหันต์ 28 องค์ ซึ่งพระพุทธรูปดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจากกรมศิลปากรแล้วว่าเป็นพระพุทธรูปที่ปั้นขึ้นมาใหม่ ลักษณะร่วมสมัย ไม่ได้มีอายุพันกว่าปีตามที่กล่าวอ้างนั้น

ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบมูลนิธิดังกล่าว เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยสนธิกำลังร่วมกับหลายฝ่ายเพื่อเข้าไปในพื้นที่แต่ไม่พบกับกรรมการมูลนิธิ พบแต่เพียงศรัทธาที่เข้ามาทำบุญ นอกจากนั้นยังพบคณะจากสปป.ลาวมีพระสงฆ์และญาติธรรมเดินทางเข้ามาทำบุญในมูลนิธิดังกล่าวตามความเชื่อและศรัทธา คาดว่าในเร็วๆ นี้จะต้องลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด โดยต้องมีกรรมการมูลนิธิอยู่ด้วย เพื่อจะได้มีการซักถามข้อมูล

ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2558 ได้มีการออกหนังสือเตือนมูลนิธิในเรื่องของคำสอนของกรรมการมูลนิธิที่แอบอ้างต้น เป็นพระเจ้าอโศกกลับชาติมาเกิด และมีการบิดเบือนคำสอนของพระพุทธศาสนา ส่วนเรื่องการหลอกลวงที่มีการอ้างว่าพระพุทธรูปจำนวน 28 องค์ ว่าเป็นพระพุทธรูปเก่า ผุดขึ้นหรือลอยมาเองนั้นที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบแล้วว่ามีการขนเข้ามาในช่วงเวลากลางคืน และไม่ได้เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ตามที่กล่าวอ้าง นอกจากนั้นในเรื่องที่ดินของมูลนิธิจำนวนประมาณ 80 ไร่ จากการตรวจสอบพบว่ามีโฉนดถูกต้อง อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวนี้จะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าหรือไม่

สำหรับเรื่องแชร์ลูกโซ่ที่มีความเชื่อมโยงกับการทำบุญในมูลนิธินั้น การที่จะดำเนินการได้นั้นจะต้องมีผู้กล่าวโทษร้องทุกข์ ผู้เสียหายต้องไปแจ้งความดำเนินคดี แต่เดิมได้ขอให้มีการแจ้งความดำเนินคดี แต่ไม่มีผู้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในขณะนั้น เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ จนกระทั่งทราบข่าวว่ามีการไปแจ้งความร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปรามในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนั้นต้องรอให้ทางกองปราบเข้ามาดำเนินการในเรื่องดังกล่าวนี้

ประเด็นในเรื่องของการฉ้อโกงต้องให้ผู้เสียหายไปแจ้งความ ที่ผ่านมาไม่มีญาติธรรมเข้าไปแจ้งความดำเนินคดี เรื่องการถูกหลอกลวง เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของความเชื่อและศรัทธา การดำเนินการหลังจากที่ชาวบ้านไปร้องทุกข์ยังกองบังคับการปราบปรามนั้น คาดว่าจะเป็นไปตามขั้นตอนหลังจากนี้

หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้สั่งการให้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบภายในมูลนิธิ แต่ไม่พบกับกรรมการมูลนิธิ พร้อมกันนั้นไม่พบสิ่งผิดปกติภายในมูลนิธิแต่อย่างไร

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าไปในมูลนิธิ พบว่าพื้นที่มูลนิธิตั้งอยู่ ต.ป่าสัก อ.เมือง ลำพูน ไม่ไกลจากตัวเมืองลำพูนมากนัก การเดินทางเข้าไปค่อนข้างสะดวก มีป้ายบอกทางตลอดเส้นทางอย่างชัดเจน เมื่อเดินทางเข้ามาถึงสถานที่ตั้ง ทางเข้า – ออก จะมีเจ้าหน้าที่คอยจดทะเบียนรถเข้าออกอย่างเข้มงวด หลังจากที่ผ่านประตูทางเข้ามาแล้วจะพบกับลานจอดรถขนาดใหญ่ สามารถจอดรถได้หลายร้อยคัน 


เมื่อเดินเข้าไปยังอาคารปฏิบัติธรรม สังเกตว่ามีบุคคลสวมใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาว บริเวณหน้าอกมีตัวหนังสือเขียนว่าชาติสุดท้ายที่ดอยไซ คาดว่าจะเป็นผู้ที่มาปฏิบัติธรรม หรือศรัทธาของมูลนิธิที่ประจำอยู่ เมื่อเดินเข้าไปในอาคารบุคคลเหล่านี้เข้ามาประกบไม่ให้เดินชมสถานที่ตามลำพัง จะพยายามเข้ามาแนะนำ เมื่อผู้สื่อข่าวต้องการเก็บภาพพระพุทธรูปที่อ้างว่าเป็นพระอรหันต์ 28 พระองค์ ที่มีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในอาคารปฏิบัติธรรม เจ้าหน้าที่ได้สั่งห้ามไม่ให้ถ่ายรูป หรือถ่ายวิดีโอ โดยอ้างว่าจะมีรังสีแผ่มากระทบอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้ เมื่อสอบถามว่าเป็นรังสีอะไร ก็ไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน บอกแต่เพียงว่าเคยมีคนพยายามที่จะถ่ายรูปไป และเกิดหายใจไม่ออกต้องกลับมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่มูลนิธิหลายวันอาการจึงดีขึ้น

จากการสังเกตเมื่อพยายามจะยกโทรศัพท์เพื่อถ่ายภาพ เจ้าหน้าที่ทุกคนจะหันมาจับจ้องว่ามีการถ่ายรูปออกไปหรือไม่ ถึงขนาดมาขอดูรูปที่อยู่ในโทรศัพท์ โดยบอกว่าถ้ามีต้องลบออก เกรงว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิต