รวบสาวแสบลวง ตุ๋นชาวบ้านอ้างพาไปต่างประเทศ สูญ 3 ล้านบาท
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พลูสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น.นางกัลยา มอบนรินทร์ นักวิชาการแรงงานชำนาญ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ตำรวจ กก.สส.2บก.สส.บช.น. และตำรวจ บก.ปคม. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.สุปรียา หรือ แยม หรือ แอนด์ เอนกนันท์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 221/2560 ลงวันที่ 16 ม.ค. 60 ข้อหา“ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้หลอกลวง” โดยจับกุมได้ที่โรงแรมพราว เอ็กซ์คลูซีฟ ถนนราชมรรคา ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาเปิดเพจในเฟสบุ๊ค ชื่อว่า “หาแฟนต่างประเทศ หางานต่างประเทศ” (@hagnanthangphated) ทำเป็นขบวนการจัดฝึกอบรมภาษาและอ้างว่าทำวีซ่าไปทำงานต่างประเทศให้ โดยทำการเช่าสถานที่อบรมหลอกลวงประชาชนที่สนใจเป็นจำนวน 40 ราย มูลค่าความเสียหาย 3 ล้านบาท ซึ่งผู้เสียหายต่างหลงเชื่อจากเพจ และติดต่อก่อนจะโอนเงินประมาณ 50,000-70,000 บาท แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเดินทางไปได้ เมื่อติดต่อผู้ต้องหาพบว่าติดต่อไม่ได้ จึงแจ้งมาทางกรมจัดหางานประสานตำรวจสืบสวนและจับกุมตัวทันที
พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมข้อหาปลอมวุฒิบัตร โดยตำรวจกองปราบปราม เมื่อปี57 ทั้งนี้ผู้ต้องหาปลอมแปลงทั้งสถานที่สอบวีซ่า มีประชาชนหลงกลโอนเงินเป็นจำนวนมาก โดยเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีนายธนากร นารอต ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ต้องหา โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวได้หมดแล้ว
ด้าน นางกัลยา กล่าวว่า ทางกรมการจัดหางานได้รับแจ้งจากประชาชนที่เสียหาย ขอย้ำว่าหากติดต่อกับทางเพจในลักษณะดังกล่วแล้วมีการโอนเงินมาก่อน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าจะถูกหลอก ทั้งนี้ประชาชนที่สนใจไปต่างประเทศให้ติดต่อกับบริษัทซึ่งลงทะเบียนไว้กรมการจัดหางาน โดยตรวจสอบได้ที่ www.doe.go.th เพราะบริษัทเหล่านี้ต่างมีเงินประกันความเสียหายเป็นหลักประกันกับทางกรมฯ บริษัทละ 5 ล้านบาท หากผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศไม่ได้รับการดูแลจากบริษัทที่ลงทะเบียนกับทางกรมฯ ก็สามารถยื่นเรื่องกับกรมฯได้ ซึ่งบริษัทก็ต้องชดใช้ความเสียหายดังกล่าว
เบื้องต้นทาง น.ส.สุปรียา ให้การยอมรับสารภาพต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ตนได้ทำมา 2 ปี โดยเอาวิธีการมาจากคนไทยในประเทศออสเตรเลียสอนมาให้ เนื่องจากตนเคยถูกทางออสเตรเลียจับกุมและขึ้นบัญชีดำ เนื่องจากใช้วีซ่าเดินทางผิดประเภท โดยทำวีซ่านักเรียน แต่พยายามหลบหนีเข้าเมืองเป็นโรบินฮู้ด แต่ถูกจับกุมทำให้เดินทางเข้าออสเตรเลียไม่ได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปคม.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





