เครียดกลัวโทษประหาร "ไซซะนะ" พลิกสู้คดีค้ายาบ้าข้ามชาติลาว1.2ล้านเม็ด ปฏิเสธทุกข้อหา ศาลนัดตรวจหลักฐาน19มิ.ย.
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 18 เม.ย.60 ศาลเบิกตัว นายไซซะนะ แก้วพิมพา ( MR.XAY SANA KEOPIMPHA) อายุ 42 ปี สัญชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง มาเพื่อสอบคำให้การ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายไซซะนะ เป็นจำเลย คดีหมายเลขดำ อย.1642/2560 ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำเกี่ยวกับยาเสพติด, ร่วมกันนำเข้า ยาบ้าซึ่งเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพย์ติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 ,7, 8 ,15, 65, 66 และ 100/1 และ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 4-5 ,8,14 ซึ่งได้ร่วมกับพวกมียาบ้า 1.2 เม็ดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยอัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา
โดยตลอดที่นายไซซะนะ ถูกจับกุมตัวเมื่อเดือน ม.ค.60 กระทั่งมีการฟ้องคดี ไม่เคยได้รับการประกันตัว ซึ่งวันนี้นายไซะนะ ขณะถูกคุมตัวมามีสีหน้าเรียบเฉยในชุดนักโทษสีน้ำตาล โดยนายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ เดินทางมารอที่ศาลเพื่อร่วมกระบวนพิจารณาคดี กระทั่งเวลา 11.30 น.ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายไซซะนะ จำเลยฟังจนเข้าใจ แล้วสอบคำให้การ ปรากฏว่า นายไซซะนะ จำเลยแถลงให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดีทุกข้อกล่าวหา จากที่ชั้นสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายไซซะนะเคยให้การรับสารภาพ ศาลจึงนัดตรวจหลักฐานในคดีวันที่ 19 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.
ภายหลัง นายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความของนายไซซะนะ กล่าวว่า จำเลยแถลงให้การปฏิเสธคำฟ้องของอัยการโจทก์ทุกข้อกล่าวหา โดยจัดคำแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอต่อศาลพิจารณา
อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะทนายความ ยอมรับว่า รู้สึกหนักใจบ้างพอสมควร เพราะคดีมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต แต่ก็จะสู้คดีให้ถึงที่สุด สำหรับนายไซซะนะ ระหว่าวอยู่ในเรือนจำก็มีความกังวลมาก เนื่องจากไม่เคยต้องโทษมาก่อน ส่วนเรื่องการยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวนั้นจะต้องให้ญาติของนายไซซะนะดำเนินการ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ประเทศลาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำฟ้องอัยการบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า จำเลยกับพวกที่อยู่ สปป.ลาว รวมกันทำหน้าที่จัดหายาเสพติด รวมทั้งรถยนต์สำหรับซุกซ่อน และรถยนต์นำทางในการขนลำเลียงยาเสพติด โดยมีพวกของจำเลยที่อัยการได้ยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลอาญาไว้แล้วรวม 6 คนร่วมกระทำผิดในการทำหน้าที่ขับรถรับยา จาก สปป.ลาว เข้ามาในประเทศไทยเพื่อส่งต่อ ซึ่งพวกจำเลยได้มีการขับรถนำทางและสำรวจเส้นทางเพื่อตรวจสอบว่ามีด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่
ก่อนที่จะประสานติดต่อกันเพื่อส่งมอบยาให้กับเครือข่ายยาเสพติดทางภาคใต้ ของไทยและประเทศมาเลเซียต่อไป โดยเมื่อวันที่ 30 ก.ย.59 จำเลยกับพวกที่ถูกยื่นฟ้องแล้ว และอีกหลายคนที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันนำยาบ้า 1.2 ล้านเม็ดจาก สปป.ลาว ซุกซ่อนในช่องลับใต้หลังคารถยนต์ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคายเข้ามาในไทย
โดยเมื่อวันที่ 1 ต.ค.59 ตำรวจสามารถจับเครือข่ายจำเลยพร้อมยึดยาของกลางได้กระทั่งขยายผลการจับกุมพวกจำเลยที่อัยการได้ยื่นฟ้องเป็นคดีไว้แล้ว ก่อนจะจับกุมจำเลยได้เมื่อวันที่ 19 ม.ค.60 ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพซึ่งระหว่างนั้นจำเลยได้ถูกควบคุมตัวไว้ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางมาโดยตลอด เหตุเกิดที่ สปป.ลาว, ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.หนองคาย , ด่านตรวจยาเสพติดสีคิ้ว จ.นครราชสีมา , ด่านตรวจยาเสพติดบ้านพละ จ.ชุมพร และลานจอดรถโรงแรมคริสตัน จ.สงขลา
โดยคดีนี้ อัยการยังได้จอคัดค้านการให้ประตัวด้วย เนื่องจากยาเสพติดของกลางมีจำนวนมาก คดีมีอัตราโทษสูงเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี สำหรับเครือข่ายของนายไซซะนะนั้น พนักงานอัยการสำนักงานคดียาเสพติด 10 ได้ยื่นฟ้องแล้ว รวม 2 สำนวน เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.59 และวันที่ 4 เม.ย.60 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย นายทรรศพล พลธี , นายไพฑูรย์ ทองเสม , น.ส.เกศญาณัฐฐ์ ธงวาด และนายนิอุสมัน ปะจู ชาวมาเลเซีย จำเลยที่ 1-4 ซึ่งศาลอาญานัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 10 ต.ค.นี้ และนายไกรราช สุภาพ และนายชุมพร พนมไพร เป็นจำเลยที่ 1-2 ซึ่งศาลอาญานัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 12 มิ.ย.นี้




