เดินทางมาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศแล้ว กับศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปถ้วยใหญ่ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล2016-2017
โดย 8 ทีมเดนตายที่หลุดมาถึงรอบนี้ ประกอบไปด้วย ตัวแทนจากลาลีกาสเปน 3 ทีม เรอัล มาดริด แชมป์เก่า,แอตเลติโก มาดริด รองแชมป์เก่า และบาร์เซโลนา , บุนเดสลีกา เยอรมนี 2 ทีม คือ บาเยิร์น มิวนิค และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ส่วนอีก 3 ทีม มาจาก 3 ชาติ ได้แก่ ยูเวนตุส จากกัลโช เซเรีย อา อิตาลี,โมนาโก จากลีกเอิง ฝรั่งเศส และเลสเตอร์ จากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่เอกของรอบนี้ คงหนีไม่พ้นการเจอกันของ 2 ยักษ์ใหญ่ จาก 2 ลีก นั่นคือ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค พบกับ “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด
ย้อนรอยการดวล
คู่นี้เคยพบกันในฟุตบอลสโมสรยุโรปรายการนี้ทั้งหมด 22 ครั้ง เป็นฝ่ายเสือใต้ที่สถิติเหลื่อมกว่าเล็กน้อย ชนะ 11 เสมอ 2 และแพ้ 9 การดวลกันครั้งล่าสุดของทั้งคู่ย้อนหลังไปไม่ไกลเพียงแค่ 3 ปีที่แล้ว ในฤดูกาล 2013-2014 ซึ่งต้องโคจรมาเจอกันในรอบตัดเชือก เรอัล มาดริดในเวลานั้นคุมทีมโดย คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือคนปัจจุบันของบาเยิร์น มิวนิค ขณะที่ทีมเสือใต้ กุมบังเหียนนำทัพโดยเป๊ป กวาร์ดิโอลา นัดแรกที่สเปน เป็นคาริม เบนเซมา ที่ซัดประตูโทนให้ราชันชุดขาวกุมความได้เปรียบไว้ได้ก่อน ก่อนที่อีก6วันให้หลัง แข้งเรอัล มาดริด จะยกพลบุกไปยัดเยียดความปราชัยสุดเละเทะถึงถิ่นเยอรมนีให้กับบาเยิร์นถึง4-0 จากการเหมาคนละ2ลูกของคริสเตียโน โรนัลโด และเซร์คิโอ รามอส เป็นชัยชนะเกมเยือนนัดแรกของราชันชุดขาวในถิ่นเสือใต้ และทำให้ขุนพลเรอัล มาดริดลอยลำเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะคว่ำเพื่อนร่วมเมือง แอตฯมาดริด ในช่วงต่อเวลาคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่10ไปครอง
เสือใต้สุดแกร่งในรัง
อัลลิอันซ์ อารีนา คือนรกสำหรับผู้มาเยือน เมื่อผลงานในฤดูกาลนี้ ทุกรายการ ลงเตะในบ้านทั้งสิ้น21นัด ชนะถึง18นัด เสมอ3นัด ไม่เคยปราชัยคาบ้านแม้แต่นัดเดียว นอกจากนั้น คาร์เล็ตโต ที่ย้ายข้ามฟากมาคุมทีมเสือใต้เป็นฤดูกาลแรก ยังจะได้นำลูกทีมลงดวลแข้งเจอทีมเก่าด้วย ซึ่งน่าจะเป็นข้อได้เปรียบเมื่อกุนซือชาวอิตาเลียนรู้ตื้นลึกหนาบางของนักเตะราชันชุดขาวทุกคน และยังมีประสบการณ์ในการคุมทีมที่เหนือกว่าซีเนอดีน ซีดาน กุนซือราชันชุดขาว เมื่อผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายสมรภูมิ เมื่อมองไปที่ขุมกำลังนักเตะเสือใต้ ตอนนี้กำลังมั่นใจสุดขีดหลังเพิ่งเปิดรังไล่ต้อนดอร์ทมุนด์ คู่ปรับในลีกขาดลอย4-1 กับฟอร์มที่กำลังจัดจ้านทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ที่ฤดูกาลนี้ ดาวยิงชาวโปแลนด์ ซัดรวมทุกรายการไปแล้วถึง38ลูก จากการลงเตะ40นัด เช่นเดียวกับ ฟอร์มของ“ร็อบเบรี” ฟร็อง ริเบรี และอาร์เยน ร็อบเบน ที่พร้อมป่วนแผงหลังของทีมเยือนจากสเปน แต่ข่าวร้ายก็มีเมื่อจะขาดมัตส์ ฮุมเมิลส์ ปราการหลังตัวเก่ง ที่ยังเจ็บข้อเท้า ส่วนมานูเอล นอยเออร์ ที่เจ็บข้อเท้าเช่นกันและพลาดช่วยทีมไปหลายนัด ยังต้องรอลุ้นถึงวินาทีสุดท้ายว่าจะลงมาเฝ้าเสาสร้างความอุ่นใจให้เพื่อนร่วมทีมได้ทันหรือเปล่า
ราชันพร้อมรบ
แข้งเรอัล มาดริด เพิ่งลงเตะเกมสำคัญเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน ในศึกมาดริด ดาร์บีแมตช์ ที่ถูกทีมตราหมีตีเสมอในช่วงท้ายเกม1-1 แต่ก็ยังคงรั้งจ่าฝูงต่อ เมื่อทีมไล่ตามอย่างบาร์เซโลนาพลาดท่าถึงขั้นแพ้มาลากา0-2 ผลเสมอทำให้เรอัล มาดริด พลาดเก็บชัยชนะเป็นนัดที่6ติดต่อกัน แต่ก็ยังคงไม่แพ้ใครรวมทุกรายการ9นัดหลังสุด อย่างไรก็ตาม ข่าวร้ายก็คือต้องแลกมากับอาการบาดเจ็บของเปเป้ แนวรับจอมโหดที่กระดูกซี่โครงหัก ต้องพักยาว ซึ่งเมื่อรวมกับราฟาเอล วาราน ปราการหลังชาวฝรั่งเศสที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าไปก่อนนี้ ทำให้ซีดาน กุนซือสมองใสต้องกุมขมับ เมื่อเหลือกองหลังอาชีพให้ใช้งานได้เพียงแค่2รายคือ เซร์คิโอ รามอส กับนาโช ทำให้เกมนี้ กุนซือเลือดน้ำหอมน่าจะต้องขึงเกมรับเป็นพิเศษ ซึ่งกุญแจสำคัญคือคาเซมิโร มิดฟิลด์ตัวรับแซมบา ที่ต้องทำงานหนักในแดนกลางเพื่อทำลายเกมรุกสุดอันตรายของทีมเจ้าบ้านเมืองเบียร์ให้ได้ ขณะเดียวกัน ก็ต้องฝากความหวังไว้ที่สามประสานแดนหน้า “บีบีซี”คาริม เบนเซมา ,แกเร็ท เบล และคริสเตียโน โรนัลโด ที่ฤดูกาลนี้ลั่นสกอร์รวมทุกรายการไปแล้ว26ประตู แต่ว่าในรายการนี้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกสกลับฟอร์มฝืด กดไปได้แค่2ลูกเท่านั้น นอกจากนั้น อัลบาโร โมราตา ก็ยังพร้อมเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในแนวรุก
โปรแกรมการแข่งขันคืนวันพุธที่12เม.ย.มีด้วยกัน2คู่ นอกจากคู่นี้แล้ว แอตเลติโก มาดริด รองแชมป์เก่าจากลีกกระทิงดุ ก็จะเปิดรังบิเซนเต กัลเดรอน ต้อนรับ เลสเตอร์ ซิตี จอมพลิกล็อคจากเกาะอังกฤษ ยกแรกของรอบ8ทีมสุดท้ายนี้ผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ต้องรอติดตามชม





