ปฏิบัติการระเบิด-เผาป่วน 4 จังหวัด การข่าวล้มเหลวกับเงื่อนปมใหม่!!
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันว่าไม่มีการเข้าตีฐานปฏิบัติการ ตลอดจนไม่มีการบาดเจ็บและเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชน ตามข่าวที่ได้ออกไป ซึ่งเป็นการแอบอ้างและก่อกวนทำให้เกิดความเข้าใจผิด จึงขอให้ผู้ที่จะให้ข่าวได้ทำการตรวจสอบข่าวสารจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและเกิดความตื่นตระหนกต่อไป”
ถ้อยแถลงประโยคสุดท้าย สิบโมงเช้า ( 4 เม.ย.2560) ของคณะโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นำโดย พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ ต่อการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัด ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวมถึงบางส่วนใน4 อำเภอจ.สงขลา เมื่อคืนวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา
สะท้อนให้เห็นว่า วันนี้ในยุคของ พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ ๔/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ได้
ภาพเหตุการณ์ที่คนร้ายสามารถขับรถนำระเบิดไปผูกติดกับเสาไฟฟ้า กระจายไปทั่วพื้นที่ทั้ง 4 จังหวัด ซึ่งมีหน่วยทหารและจุดตรวจรวมถึง กองกำลังอื่นๆ เต็มพื้นที่ ไม่สามารถป้องกัน หรือ ระงับเหตุใดๆได้เลย
หนำซ้ำระหว่างเกิดเหตุไม่มีหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้ให้ข้อมูลใดๆ กับประชาชน อันจะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดย กอ.รมน.ภาค4สน. เพิ่งออกมาแถลงข่าวหลังเกิดเหตุไปแล้วกว่า10 ชั่วโมง
ท่ามกลางเหตุการณ์ ซึ่งไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างทุกจังหวัดในพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ สร้างความวิตกแก่พี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่ในความมืดมิดเสมือนไร้ความหวังต่อการทำหน้าที่ของหน่วยความมั่นคงที่จะปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขณะที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย และสื่อต่างๆ ที่หน่วยความมั่นคงมีพร้อม รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่และงบประมาณที่สามารถใช้แต่ก็ไม่มีการส่งสัญญานใดๆ ในห้วงเวลาที่พี่น้องประชาชนต้องการความเชื่อมั่น
ย้อนกลับไป ณ วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง แม่ทัพภาคที่ 4 คนล่าสุด มีข่าวและการนำเสนอจากฝ่ายกองทัพว่า นี้เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านงานข่าว ขณะที่ทีมงานก็มีทั้งอดีตนายทหารระดับพลเอกที่ถูกดึงมาร่วมงาน รวมทั้งทีมทหารเดิมที่ปฏิบัติด้านงานข่าวมาอย่างยาวนานในพื้นที่ ซึ่งภาพเหตุร้ายครั้งล่าสุดเต็มพื้นที่ชายแดนใต้ คงสะท้อนชัดว่า “การข่าวล้มเหลว” และลบความที่สร้างขึ้นในบัดดล
ก่อนหน้านี้มีข่าวเตือนการก่อเหตุร้ายในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งได้มีการบอกกล่าวผ่านนายทหารระดับสูงในรัฐบาลและมีการวิเคราะห์สถานการณ์ที่ไปเชื่อมโยงกับตัวแทนของรัฐ ซึ่งเจราจากับกลุ่ม “มาราปาตานี” ที่มาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5-7 เมษายน ในการกำหนดพื้นที่เซฟตี้โซน นำร่อง 5 อำเภอ ซึ่งกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวด้านการข่าว และประสิทธิภาพของหน่วยความมั่นคงในพื้นที่แล้ว ยังส่งสัญญาณบอกว่า หน่วยก่อการร้ายไม่ยอมรับแนวทางของ “มารา ปาตานี”
เหตุการณ์ล่าสุด ยังเชื่อมโยงไปถึง ความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐ โยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันเดียวกันกับการก่อเหตุ รวมถึงสะท้อนต่อปฏิบัติการณ์ของหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ หลายครั้งที่เกิดเหตุในช่วงที่ผ่านมา “ เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ” ซึ่งหน่วยความมั่นคงไม่สามารถแก้ต่างได้ และทำได้เพียงแถลงข้างๆคูๆ เช่น เหตุการณ์ล่าสุด
ผู้คว่ำหวอดในพื้นที่ยังมองบทบาทของผู้มีอำนาจด้านความมั่นคงในพื้นที่ที่เคยพูดว่า จะมุ่งทำงานด้านเศรษฐกิจ "ทหารยุคนี้ไม่ต้องทำแแล้วเรื่องรบ” ทำมานานแล้ว เสมือนมั่นใจว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่เหตุการณ์คราวนี้สะท้อนให้เห็นว่า ฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์และก้าวเดินผิดพลาดอย่างรุนแรง หนำซ้ำยังเปิดช่องว่าง เสมือน “ผูกปมใหม่” ให้สถานการณ์ในพื้นที่มีเงื่อนไขมากขึ้น
นั่นยิ่งสะท้อนนโยบายและการดำเนินงานที่ผิดพลาดของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า





