"รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี" แถลงข้อสงสัยคดี "ปอปลา ตากลม" นำตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตัดฝ้าเพดาน รูกระสุน เพิ่มน้ำหนักมัดตัวผู้ก่อเหตุ
จากกรณีเหตุ น.ส.หทัยชนก กลิ่นทอง หรือ น้องปอปลา ได้ถูกบุคคลไม่ปรากฏหลักฐานใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงเสียชีวิต เมื่อเวลา 06:30 น.วันที่ 1 ม.ค.2560 ที่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 6 ต. บ้านแหลม อ. บ้านแหลม จ. เพชรบุรี ต่อมานายกมล สินล้น สามีผู้ตายซึ่งเป็นสามีผู้ตาย เข้ามามอบตัวต่อ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านแหลม และสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืน ขนาด 11 มม.ยิง น.ส.หทัยชนกผู้เป็นภรรยาเสียชีวิต โดยอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุทะเลาะยื้อยึดแย่งจนปืนลั่นแต่ต่อมานายสะอาด เมืองเล็ก น.ส.ศิริรัตน์ กลิ่นทอง บิดา มารดาผู้เสียชีวิต พบพฤติกรรมผิดสังเกตหลายประการทำให้ไม่ปักใจเชื่อว่านายกมล สามีผู้ตายซึ่งบุตรเขยจะเป็นผู้กระทำผิดจริง น่าจะเป็นการรับผิดแทนการกระทำของผู้อื่น และยังพบข้อสังเกตหลายประการที่ทำให้เกิดการไม่ไว้วางใจการทำคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จึงร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ขอให้กองบังคับการปราบปรามรับคดีมาทำการรื้อฟื้นสอบสวนสืบสวนและดำเนินการทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ความจริง และนำผู้กระทำผิดที่แท้จริงมาดำเนินคดีด้วยความเป็นธรรมตามที่ได้เสนอข่าวไปนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 มีนาคม ที่ สภ.บ้านแหลม พ.ต.อ.กิตติ สะเภาทอง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เชิญ น.ส.ศิริรัตน์ กลิ่นทอง มารดาน.ส.หทัยชนก ผู้เสียชีวิต และ สื่อมวลชน ร่วมรับฟังความคืบหน้าคดีดังกล่าว โดยเชิญ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 7 พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี ร่วมแถลง และสรุปได้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐานโดยถูกต้องตรงไปตรงมาทุกกระบวนการ หลักฐานทุกชิ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานดำเนินการเก็บตามขั้นตอนและส่งให้พนักงานสอบสวนส่งตรวจสอบทุกชิ้น ยืนยันไม่มีการสลับสับเปลี่ยน แต่สาเหตุที่ผู้เสียหายอาจไม่ได้รับข้อมูลเนื่องจากเป็นหลักฐานสำคัญที่เกี่ยวกับรูปคดีจึงจำเป็นต้องปกปิดไว้ก่อน กรณีที่ผู้เสียหายตั้งข้อสงสัยว่านายกมลผู้ต้องหาอาจไม่ใช่ผู้ลงมือตัวจริงขณะนี้ตำรวจมีหลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาสตร์ที่พบ และพยานหลักฐานที่เกิดเหตุอื่นที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ระบุแน่ชัดDNAผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชาย จึงตัดประเด็นผู้ต้องสงสัยที่ผู้เสียหายแคลงใจว่าอาจเป็นผู้หญิงไปได้ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานอื่นประกอบอีกทำให้มั่นใจได้ว่าดำเนินคดีกับผู้ต้องหาไม่ผิดตัว เพราะของกลางในคดีไม่มีเกี่ยวพันกับคนอื่น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยหลักฐานบางประการได้แต่เมื่อคดีถึงที่สุดจะชี้แจงข้อเท็จจริงหลักฐานพยานทั้งหมดให้ทราบ และเชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจ
จากนั้นเวลา 11.30 น.พ.ต.อ.กิตติ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 7 พนักงาน สอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี น.ส.ศิริรัตน์ และสื่อมวลชน เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 74 หมู่ 6 ต. บ้านแหลม อ. บ้านแหลม จ. เพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อนำเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 7 เก็บหลักฐานเพิ่มเติม โดยตัดฝ้าเพดาน ที่มีรอยทะลุของกระสุนปืน ไปตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งนี้ พ.ต.อ.กิตติ ยืนยันว่า พยานหลักฐานเดิมมีเพียงพอในการชี้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว แต่หลักฐานชิ้นใหม่นี้จะเป็นการชี้ชัดถึงเหตุการณ์ที่เกิดชัดเจนขึ้น
ทั้งนี้เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ น.ส.ศิริรัตน์ กลิ่นทอง ได้ตรงเข้าไปอุ้มหลานชายคือ น้องพี (นามสมมุติ) บุตรชายวัย 9 เดือน ของน.ส.หทัยชนก ผู้เสียชีวิต พร้อมกับร้องให้ออกมาด้วยความเสียใจที่ต้องมาเห็นถึงสถานที่เกิดเหตุที่ลูกสาวต้องจบชีวิตลง แต่ยืนยันว่าจะเข้มแข็งและจะพยายามทุกวิถุทางที่จะนำตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริงมาลงโทษให้ได้
โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 7 กำลังดำเนินการ นายกมล สินล้น ผู้ต้องหาซึ่งเป็น สามีผู้ตาย และน.ส.พณพร นิติคุปต์ มารดาสามีผู้ตาย ได้อยู่ร่วมในที่เกิดเหตุและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ด้วย





