กรมอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิฟรีแลนด์ และมูลนิธิแพนธีร่า เผยผลสำรวจ ประชากร"เสือโคร่ง" ในป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เพิ่มจำนวนมากขึ้น
หลังภาพถ่ายจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า บันทึกเสือโคร่งได้ 18 ตัว ในรอบ 15 ปี
ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง พร้อมด้วยทีมนักวิจัย ผู้แทนจากมูลนิธิฟรีแลนด์ และมูลนิธิแพนธีร่า ร่วมกันเปิดเผยข่าวดี หลังจากที่ได้ข้อมูลการสำรวจล่าสุดโดยใช้กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า พบว่าเสือโคร่งสามารถดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ได้ตามธรรมชาติ ในพื้นที่มรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยในช่วงเดือนมิถุนายน 2559 - กุมภาพันธ์ 2560 สามารถบันทึกภาพเสือโคร่ง ได้จำนวน 18 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 5 ตัว เพศเมีย 7 ตัว และลูกเสือโคร่ง 6 ตัว ซึ่งบ่งชี้ได้ว่าพื้นที่ป่ามรดกโลกพญาเย็น-เขาใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ ตลอดจนระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพที่ช่วยป้องกันรักษาพื้นที่ ทำให้เสือโคร่งสามารถดำรงชีวิตและมีการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้ ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เคยบันทึกภาพเสือได้เมื่อปี 2545 ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ฯ(คลองอีเฒ่า) อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ทว่าการสำรวจครั้งล่าสุุดเริ่มต้นในปี 2559 กรมอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิฟรีแลนด์ และมูลนิธิแพนธีร่าทำการสำรวจประชากรเสือโคร่ง ในพื้นที่มรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า จำนวน 158 ตัว ไว้ในบริเวณที่เป็นถิ่นอาศัยและแหล่งอาหารที่สำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น มูลนิธิแพนธีร่าประเมินว่าพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ยังสามารถรองรับประชากรเสือโคร่งได้มากกว่าในปัจจุบันอีกหลายเท่า อย่างไรก็ตามทีมผู้วิจัยไม่เปิดเผยพิกัดถิ่นอาศัยของประชากรเสือที่ชัดเจน เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากกลุ่มผู้ลักลอบล่าเสือโคร่ง ซึ่งปัจจุบัน เสือโคร่งถูกจัดอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ ประชากรเสือโคร่งทั่วโลกมีจำนวนลดลงจากประมาณ 100,000 ตัว เหลืออยู่ไม่ถึง 4,000 ตัว




