เกิดเหตุเพลิงไหม้ห้องแถวชุมชนบ้านเช่า หลังธนาคารออมสินสาขาอ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิวอดกว่า 5 หลัง หวิดลามเข้าปั้มน้ำมันใกล้เคียง
ร.ต.อ.มารุตชินทนา รอง.สว.สอบสวน สภ.ภูเขียว รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารบ้านเช่า ในเขตเทศบาลอ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ที่อยู่ช่วงด้านหลังธนาคารออมสิน สาขา ภูเขียว ที่มีชุมชนบ้านพักประชาชนหนาแน่น ตั้งอยู่ริมถนนสาย201 อ.ภูเขียว-อ.ชุมแพ ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ จึงรีบประสานรถดับเพลิงของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลภูเขียวและอบต.ผักปัง พื้นที่ใกล้เคียงมาช่วยเพิ่มเติมอีกจำนวน 5คัน เข้าช่วยระงับเพลิง
ที่กำลังลุกลามรุนแรงเข้าไปยังห้องเช่าบ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงเป็นจำนวนมากแล้วกว่า 5 หลัง/คูหา ซึ่งตัวอาคารได้ทรุดถล่มลงมาได้รับเสียหายทั้งหมดโดยระหว่างเกิดเหตุชาวบ้านได้ช่วยกันขนข้าวของที่พอจะช่วยกันขนหนีเอาออกได้ออกจากบ้านให้ได้มากที่สุด และเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาระงับเพลิงอยู่นานกว่า 4 ชั่วโมงยันรุ่งเช้าเพลิงจึงสงบลงได้ แต่ตัวอาคารชุมชนบ้านเช้ากว่า 5 หลังได้รับความเสียหายทั้งหมด
จากการตรวจสอบพบว่า ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวบ้านเช่าที่อยู่ติดกับด้านหลังธนาคารออมสิน สาขาภูเขียว ซึ่งเป็นอาคาร ไม้ ชั้นเดียวและ 2 ชั้นติดต่อกันเป็นจำนวนมากนับสิบหลัง ได้รับความเสียหายไป 5 หลัง โดยเบื้องต้นพบบ้านต้นเพลิง มาจากบ้านเลขที่62 ต.ผักปัง อ.ภูเขียว ซึ่งเป็นห้องเช่าหลังแรก และก่อนเกิดเหตุได้มีเสียงประกายไฟฟ้าระเบิดออกมาจากหม้อแปลงไฟฟ้า จนเกิดไฟได้ลุกลามไปติดห้องข้างเคียงทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกือยที่จะลุกลามไปถึงปั้มน้ำมันที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงอีกด้วย รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งตรวจพิสูจน์หลักฐานหาสาเหตุที่แน่ชัดเจนอีกครั้งต่อไป
ด้านนายสาโรชสนั่นเมืองอายุ 51ปีอยู่บ้านเลขที่65หมู่1เจ้าของร้านป.ทองคำเครื่องเขียน ที่เป็นเจ้าของห้องเช่าดังกล่าวให้การว่าขณะเกิดเหตุตนอยู่ที่บ้านพักในตลาดสดอำเภอภูเขียวต่อมาได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ห้องเช่าของตนที่เปิดให้ชาวบ้านเช่าอยู่ด้านหลังธนาคารออมสินจำนวน5หลังซึ่งได้รับความเสียหายไปจำนวนมากเกือบหมดแล้ว
จึงรีบออกมาดูตรวจสอบพบว่าต้นเพลิงเกิดจากห้องเช้าที่62จากการตรวจสอบพบว่า ไฟไหม้บริเวณห้องเช่าที่ 62 สาเหตุมาจากหมอมิตเตอร์ไฟฟ้าช๊อตจนเกิดความร้อนทำให้ไฟไหม้และลุกลามมาที่สายไฟภายในอาคารบ้านเช่าทั้งหมดอย่างรวดเร็วและไหม้ลามบ้านเรือนของผู้เช่าเสียหายครั้งนี้ไปทั้งหมดได้รับความเสียหายไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาทในครั้งนี้
ส่วนด้าน นายชัยยง พันยาง อายุ 46 ปีชาวบ้านที่มาดูเห็นการณ์ กล่าวว่าให้ความเห็นครั้งนี้ที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามได้รับความเสียหายจำนวนมากว่า อีกสาเหตุหนึ่งที่เกิดความเสียหายมากก็เพราะว่ารถดับเพลิงของเทศบาลไม่มีการเตรียมความพร้อมเมื่อรถมาถึงที่เกิดเหตุก็พบว่ามีน้ำไม่พอที่จะดับเพลิงจึงวิ่งกลับไปหาเติมน้ำใหม่ต้องรอสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นจึงอยากฝากไปยังผู้รับผิดชอบดูแลด้วยเพราะช่วงนี้เป็นหน้าแล้งมีโอกาสเกิดเพลิงไหม้บ่อยครั้ง เทศบาลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรได้ช่วยเติมน้ำไว้สำหรับดับเพลิงให้พร้อมกว่าที่เป็นในครั้งนี้ให้มากขึ้นด้วย////





