เมื่อช่วงเวลาประมาณ 3 นาฬิกา ที่ผ่านมา ร้อยตำรวจเอกสุภาพ อาสา ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธร เข้าตรวจที่เกิดเหตุ
ภายหลังจากได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้าย โยนระเบิดเพลิงเข้าไปภายในบ้านพัก ของนายตำรวจสายสืบของสถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธร จนเกิดเหตุไฟลุกไหม้รถยนต์ ที่จอดอยู่ในบ้านพักได้รับความเสียหาย โดยเหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 5 บ้านกุดจอก ตำบลน้ำคำใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นบ้านพักของ ร้อยตำรวจโทสถิต พวงชมพู ปฏิบัติหน้าที่ชุดสืบสวนของสถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธร ในที่เกิดเหตุบริเวณที่จอดรถภายในบ้านพักพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีดำ คันหมายเลขทะเบียน กค-3701 ยโสธร บริเวณด้านหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยถูกไฟไหม้ จนได้รับความเสียหายไปบางส่วน นอกจากนี้แล้วใกล้กันยังพบขวดพลาสติก ภายในมีน้ำมันเชื้อเพลิงและเศษผ้ามัดติดอยู่ เพื่อทำเป็นระเบิดเพลิงทิ้งอยู่ใต้ท้องรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ก สีบอร์นทอง คันหมายเลขทะเบียน กข-4113 ยโสธร ซึ่งคาดว่าไฟอาจจะดับก่อนจึงไม่ลุกไหม้ติดรถกระบะคันดังกล่าว
จากการสอบถาม ร้อยตำรวจโทสถิต พวงชมพู เจ้าของบ้าน บอกว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ในบ้านพัก ได้ยินเสียงเพื่อนบ้านร้องเรียกว่ามีไฟไหม้รถของตน จึงรีบลุกขึ้นมาและพบว่าเปลวไฟกำลังลุกไหม้ ตอนหน้ารถเก๋งของตนที่จอดอยู่ภายในบ้านพัก ตนพร้อมด้วยชาวบ้านใกล้เคียงจึงได้ช่วยกัน ฉีดน้ำดับไฟเอาไว้ได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกไหม้รถเสียหายทั้งคัน และอาจจะลุกลามไหม้บ้านของตนทั้งหลังได้ ขณะที่ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นวัยรุ่น 2 คน สวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนซ้อนท้ายกันมา ผ่านหน้าบ้านของผู้เสียหายและได้จุดไฟระเบิดเพลิงที่เตรียมมา ซึ่งทำจากขวดพลาสติกภายในบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง และมีเศษผ้าโผล่ออกมาทำเป็นชนวนจุดไฟ แล้วโยนเข้าไปภายในบ้านพักของผู้เสียหาย ก่อนจะพากันขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป จากนั้นจึงพบว่ามีเปลวไฟลุกไหม้รถยนต์ที่จอดอยู่ภายในบ้านพัก จึงได้ร้องเรียกให้ผู้เสียหายทราบและช่วยกันดับไฟเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี
คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ที่ไม่พอใจผู้เสียหาย เนื่องจากผู้เสียหายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบ และออกเข้มงวดกวดขันจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนอาจทำให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดไม่พอใจ จึงได้กลับมาก่อเหตุพยายามเผาบ้านพักเพื่อล้างแค้นก็เป็นได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งสืบสวนหาตัวผู้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ไปดำเนินคดีต่อไป




